
เบี้ยชีวิตสิ้นพ.ย.ยังโต6.2%
เบี้ยประกันชีวิตรวมสิ้นเดือน พ.ย. 2560 เติบโตเพิ่มขึ้น 6.26%
เบี้ยประกันชีวิตรวมสิ้นเดือน พ.ย. 2560 เติบโตเพิ่มขึ้น 6.26%
นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันชีวิตสามารถทำเบี้ยรับรวมได้ทั้งสิ้น 539,833 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.26%
ทั้งนี้ แยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 151,563 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 93,590 ล้านบาท และ (2) เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียวจำนวน 57,973 ล้านบาท โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 388,270 ล้านบาท และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 84%
"ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่กำลังจะมาถึง เป็นช่วงที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อพักผ่อน หรือกลับภูมิลำเนา ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาในทุกปี พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน สมาคมจึงขอให้ประชาชนทุกคนตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำประกันชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะนอกเหนือจากผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำประกันชีวิตแล้ว ยังได้รับทั้งความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพควบคู่ไปด้วย" นายพิชา กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้สิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองภัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรได้สูงสุดถึง 1 แสนบาท เบี้ยประกันสุขภาพตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยเมื่อรวมกับเบี้ยประกันภัยข้างต้นแล้วได้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี
นายพิชา กล่าวว่า ในส่วนของเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์แบบบำนาญ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 2 แสนบาท แต่ต้องไม่เกินอัตรา 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น ซึ่งประกันชีวิตแบบบำนาญนี้เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว (RMF) ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันภัยมีวินัยในการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอก่อนครบกำหนดสัญญา และตรวจสอบสถานะของกรมธรรม์ฯ ให้มีผลบังคับอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ







