posttoday
อสังหารายเล็กอยู่ยาก ‘แอสเซทไวส์’ เร่งเข้าตลาด

อสังหารายเล็กอยู่ยาก ‘แอสเซทไวส์’ เร่งเข้าตลาด

20 ธันวาคม 2560

โชคชัย สีนิลแท้ การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือ เพราะการเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กนั้นนับวันจะอยู่ได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านแหล่งเงินทุน คือ สินเชื่อที่จะนำมาพัฒนาโครงการ ทางเลือกในเวลานี้คือการจะต้องเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ก่อนที่จะสยายปีกไปสู่การลงทุนรูปแบบอื่น

โชคชัย สีนิลแท้

การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือ เพราะการเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กนั้นนับวันจะอยู่ได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านแหล่งเงินทุน คือ สินเชื่อที่จะนำมาพัฒนาโครงการ ทางเลือกในเวลานี้คือการจะต้องเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ก่อนที่จะสยายปีกไปสู่การลงทุนรูปแบบอื่น

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานาน 14 ปี และมาพัฒนาโครงการจำนวนมากในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มียอดขายแตะระดับ 1,000 ล้านบาท/ปีแล้ว นับจากนี้ไปบริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างเพื่อเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย หรือ SET ปัจจุบันได้ให้บริษัท เอเชีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน คาดว่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 โดยจะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเป็น 100 ล้านบาท และระดมทุนราว 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุน

"ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายขนาดเล็กนั้นจะเสียเปรียบ รายใหญ่ในการซื้อที่ดิน เพราะหากจะซื้อที่ดินราคาแพงจะต้องหลบให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ การเข้าตลาดใน ครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะทำให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนเพื่อมาซื้อที่ดิน เพื่อใช้พัฒนาโครงการในเมืองมากขึ้นด้วย" กรมเชษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2561 บริษัทเตรียมจัดตั้งบริษัทใหม่ที่จะมาให้บริการทางด้านไอทีเพื่อรองรับกับความต้องการที่อยู่อาศัย โดยจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีเอง แต่จะพยายามมองหานวัตกรรมมาใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเน้นด้านการบริการประเภทโฮมโซลูชั่น อาทิ ไฟส่องสว่างประเภทแอลอีดี ที่ตื่นขึ้นมายามาดึกจะส่องสว่างอัตโนมัติ รวมไปถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นชื่อสมายด์ ไว้สื่อสารกับผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการ การพัฒนาระบบควบคุมอากาศภายในห้อง หากห้องพักมีการร้อนขึ้นระบบจะทำหน้าที่ระบายอากาศทันที

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ ที่อยู่อาศัยแนวราบ 2 โครงการ ตั้งงบซื้อที่ดินรวมไว้ 2,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ 4,000-5,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารับรู้รายได้ไว้ 3,500-4,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 ได้เปิด 6 โครงการ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,500 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 1,000 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ โครงการบราวน์ คอนโด รัชดาฯ 32 จะแล้วเสร็จต้นปี 2561 มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 80-90% ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเตรียมโอนโครงการ วินน์ คอนโด พหลโยธิน 52 จำนวน 275 ยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท ปัจจุบันผ่านการขออนุญาตอาคารใช้อาคารแล้ว อ.6 ที่จะเริ่มทยอยโอนโครงการตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ ขณะนี้มียอดขาย 90% โครงการ เอปปิโซด ถนนเทพรัตน์ จำนวน 465 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท โครงการโมดิซ สเตชั่น ใกล้สถานี อนุสาวรีย์หลักสี่ จำนวน 246 ยูนิต มูลค่าโครงการ 550 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขาย 90%

โครงการโมดิซ อินเตอร์เชนจ์ บริเวณวงเวียนหลักสี่ ใกล้กับรถไฟฟ้าสองสายคือสายสีชมพูและสายสีเขียว มียอดขายแล้ว 80% โครงการโมดิซ รัชดาฯ 32 ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว 190 เมตร จำนวนกว่า 180 ยูนิต มียอดขาย 80% จะเริ่มก่อสร้างไตรมาสแรกปี 2561 คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี โครงการวินน์ โชคชัย 4 จำนวน 270 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 600 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างงานใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเริ่มทยอยโอนได้ในช่วงกลางปี 2561 โครงการเคปตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จำนวนกว่า 500 ยูนิตมูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท จะเริ่มโอนในปลายไตรมาส 2 ปี 2561 นอกจากนี้ยังมีโครงการแนวราบชื่อแกลม (GLAM) จำนวน 18 ยูนิต ลาดพร้าว 71 เชื่อมกับโชคชัย 4 มูลค่า 220 ล้านบาท ราคาเริ่ม 12 ล้านบาท จะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปี 2561

ทั้งนี้ ในปี 2561 บริษัทจะมีโครงการทยอยโอน 9 โครงการ โดยมีแบ็กล็อก หรือยอดขายรอรับรู้รายได้ 5,200 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีหน้าประมาณ 4,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เจาะกลุ่มเพื่ออยู่อาศัยจริงนั้นยังเติบโตได้ดี ขณะเดียวกันก็ยังได้ แรงหนุนจากตัวเลขการส่งออกและปัจจัยทางการเมืองในประเทศที่ยังเป็นบวก แม้ว่าจะมีปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีไอทีที่เข้ามากระทบกับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจการเงินรวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เชื่อว่าโดยว่าในภาพรวมแล้วจะยังไม่ส่งผลกระทบกับกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในภาค อสังหาฯ เนื่องจะต้องมีการปรับตัวและนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก