
ดีเอสไอลุยสางคดีปีหน้า โอ๊ค-ธรรมกาย-คลองจั่น
กิ่งอ้อ เล่าฮงตลอดปี 2560 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สร้างผลงานมากมายและการสอบสวนเสร็จทะลุเป้าสามารถเรียกคืนความเสียหายให้รัฐกว่าแสนล้านบาท ปีหน้าลุยสร้างคดีใหญ่ "โอ๊ค ธรรมกาย และสหกรณ์คลองจั่น"
กิ่งอ้อ เล่าฮง
ตลอดปี 2560 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สร้างผลงานมากมายและการสอบสวนเสร็จทะลุเป้าสามารถเรียกคืนความเสียหายให้รัฐกว่าแสนล้านบาท ปีหน้าลุยสร้างคดีใหญ่ "โอ๊ค ธรรมกาย และสหกรณ์คลองจั่น"
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในช่วงรอบปี 2560 ดีเอสไอ ได้รับสอบสวนคดีพิเศษจำนวน 291 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 124 คดี เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 120 คดี โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหาย 84 คดี ซึ่งดีเอสไอ สามารถเรียกคืนความเสียหายหรือรักษา ผลประโยชน์ให้รัฐได้ 107,220.82 ล้านบาท ซึ่งเกินจากค่าเป้าหมายที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท
เมื่อรวมการดำเนินคดีพิเศษทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งกรมในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน รับคดีพิเศษทั้งสิ้น 2,382 คดี สอบสวนเสร็จ 1,997 คดี และเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวน 385 คดี โดยคดีที่สอบสวนเสร็จ เป็นการส่งพนักงานอัยการ จำนวน 1,601 คดี ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. 134 คดี ส่งสำนักงาน ป.ป.ท. 3 คดี และงดสอบสวนหรือเปรียบเทียบปรับ 259 คดี สามารถเรียกคืนความเสียหายหรือรักษาผลประโยชน์ให้แก่รัฐประชาชนได้ 866 คดี มูลค่า 352,680.630 ล้านบาท
สำหรับคดีพิเศษที่อยู่ในความ สนใจของประชาชน อาทิ คดีเกี่ยวกับวัดธรรมกาย เป็นคดีที่ขยายผลมา จากการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งพบว่าเงินที่ได้จากการกระทำความผิดบางส่วนเข้าสู่วัดพระธรรมกายและ ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งดีเอสไอรับไว้สอบสวน 3 คดี และแต่ละคดีมีความคืบหน้า ดังนี้ 1 คดีพิเศษในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และ ร่วมกันรับของโจร
กรณีพบว่ามีเงินที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำผิดคดีสหกรณ์สั่งจ่ายเป็น เช็คไปยังวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 27 ฉบับ เป็นเงินประมาณ 1,458 ล้านบาทเศษ คดีสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วโดยส่งสำนวนการสอบสวน มีความเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้ต้องหา จำนวน 5 คน ไปยังพนักงานอัยการและออกหมายจับพระธัมมชโย ซึ่งมีหลักฐานว่าร่วมกระทำผิดด้วย โดยพระธัมมชโยได้หลบหนีคดีและศาลอาญาได้ออกหมายจับไว้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559
ปัจจุบันได้มอบหมายเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นการดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกาย มีคณะทำงานระดับจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ประกอบด้วย 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่ง จัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจตราในพื้นที่วัด พระธรรมกายทุกวัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่พบเบาะแสพระธัมมชโยกลับเข้ามาในพื้นที่ของวัดแต่อย่างใด
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า 2 คดีพิเศษความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ระหว่าง ธรรมนูญ อัตโชติ ผู้กล่าวหา กับพระ วิรัตน์ ฐิติรัตน์ กับพวก มูลค่าความ เสียหาย ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องการนำเงินที่เกี่ยวข้องในการ กระทำความผิดไปซื้อหุ้น
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2561, 3 คดี พิเศษที่ 24/2560 ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ระหว่าง ธรรมนูญ อัตโชติ ผู้กล่าวหา กับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มูลค่าความเสียหายประมาณ 125 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2561
ส่วนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ อนันต์ อัศวโภคิน นั้น หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา อนันต์ได้ส่งคำให้การแก้ ข้อกล่าวหาพร้อมอ้างพยานบุคคลจำนวนหนึ่ง ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน
อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนคดีฟอกเงินกรณีผู้บริหารธนาคารกรุงไทย กระทำการทุจริตในการปล่อยกู้ให้เครือบริษัท กฤษดามหานคร ซึ่งรับไว้สอบสวน 2 คดี คือ (1) คดีพิเศษซึ่งเป็นคดีหลัก คดีนี้สอบสวนเสร็จและมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้ต้องหารวม 13 คน ในความผิดฐานฟอกเงิน ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2560 คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการชั้นอัยการ (2) คดีพิเศษกรณีสำนักงาน ปปง. มีหนังสือเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2559
ขอให้ดีเอสไอพิจารณาดำเนินการกรณีที่ พานทองแท้ ชินวัตร กับพวก รวม 4 คน ที่รับโอนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินอันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการปล่อยกู้ฯ ด้วย จำนวน 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาท
ขณะที่เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวน ได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหา 1.เกศินี จิปิภพ 2.กาญจนาภา หงษ์เหิน 3.วันชัย หงษ์เหิน และ 4.พานทองแท้ ชินวัตร ในข้อหา "สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป" ร่วมกันฟอกเงิน
นอกจากนี้ ยังได้มีการกระทำความผิดฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบแล้ว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้ส่งเอกสาร หลักฐานมาเพื่อแก้ข้อกล่าวหาแล้ว ทั้งนี้ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้สอบสวนให้เสร็จภายในกลางปี 2561 ก่อนคดี หมดอายุความ







