posttoday

ปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ สูตรทำธุรกิจ-ลงทุนหุ้น

20 ธันวาคม 2560

พูลศรี เจริญปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ หรือต้อง เป็นลูกหลานในเครือสหพัฒน์ คุณพ่อของเธอคือ สมชัย ธนสารศิลป์

พูลศรี เจริญ

ปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ หรือต้อง เป็นลูกหลานในเครือสหพัฒน์ คุณพ่อของเธอคือ สมชัย ธนสารศิลป์

ปัจจุบัน ปวันรัตน์ อายุ 31 ปี หลังเรียนจบปริญญาตรีจากสหรัฐก็กลับมาก็ช่วยธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวคือ ร้าน Banana Leaf (บานาน่าลีฟ)

บานาน่าลีฟ แปลเป็นไทยคือ ร้านใบกล้วย ที่เปิดดำเนินการมาประมาณ 26 ปี

ปวันรัตน์ บอกว่าเธอเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัว 5 ปีแล้ว

ปัจจุบันร้านบานาน่าลีฟ มีทั้งหมด 9 สาขา โดยสาขาสีลมคอมเพล็กซ์ คือจุดเริ่มต้นของร้านและถือเป็นสาขาแรก

นอกจากนี้ มีสาขาเซ็นทรัลพระราม 3 สาขา เดอะเซอร์เคิล (ราชพฤกษ์) สาขาเดอะวอล์ค (ราชพฤกษ์) สาขาเดอะพรอมานาด สาขาเซ็นทรัลซิตี้บางนา สาขาซีคอนสแควร์ สาขาสีบุญเรือง และสาขาเพลินนารี่มอลล์ ซอยวัชรพล

หลังกลับไทยได้ 2 ปี ก็เรียนต่อเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต หลักสูตรอาหารคาว

"คุณพ่อให้ไปเรียนเพื่อศึกษาเรื่องพื้นฐานการทำอาหาร 1 ปี เรียน 3 คอร์ส" ปวันรัตน์ เล่าให้ฟัง พร้อมย้ำว่าคุณพ่อไม่ได้ซีเรียสหรือบังคับว่าจะต้องมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว

"คุณพ่อเคยบอกว่าเราจะทำหรือไม่ทำก็ได้"

ปวันรัตน์ มีพี่น้อง 2 คน โดยพี่ชายทำงานด้านไอที ด้านบัญชี บริษัทใหญ่ระดับโลกย่านสาทร และในช่วง 2 ปีนี้ อาจจะมาช่วยกันสืบทอดธุรกิจ

สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจร้านอาหาร ด้วยเพราะคุณแม่เธอชอบทำอาหาร

ร้านอาหารบานาน่าลีฟ เป็นบริการสำหรับอาหารกลางวันและมื้อเย็น ลูกค้าสามารถเดินทางมาใช้บริการได้โดยไม่ต้องสำรองที่นั่ง หรือจะซื้อกลับบ้านก็ได้อีกเช่นกัน รวมไปถึงการบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่

โดยหลักจะเน้นที่อาหารซึ่งมีหลายเมนูบ้านๆ ถูกยกระดับขึ้นห้างสรรพสินค้าได้อย่างน่าสนใจ เช่น แกงส้มชะอมไข่กุ้ง เป็นต้น ที่มองดูแล้วอาจ เป็นเมนูที่หาทานได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อนำมาถูกปรุงพร้อมเสิร์ฟบนห้างแล้ว แน่นอนว่าเมนูเด็ดจานนี้จะต้องมีความพิเศษที่แตกต่างจากทั่วไป

ส่วนคุณพ่อเธอทำงานในเครือสหพัฒน์ สายงานด้านการตลาด จนอายุเกือบ 50 ปี ก็ลาออกมาช่วยกันทำร้านอาหาร

"อากงของต้องเป็นพี่น้องกับปู่เทียม โชควัฒนา"

เธอเล่าต่อว่า สมัยก่อนจะมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าคนในตระกูลจะต้องทำงานในเครือสหพัฒน์ แต่ยุคนี้ไม่มีธรรมเนียมนั้นแล้ว ซึ่งก็หมายถึงคนเจเนอเรชั่นนี้ปล่อยอิสระใครอยากทำอะไรก็ทำ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานในเครือสหพัฒน์

ปวันรัตน์ บอกว่าแม้จะเป็นเจ้าของกิจการ แต่จุดเริ่มการทำงานของเธอจะต้องเหมือนพนักงานทั่วไป คือ วิ่งเข้าวิ่งออกร้านอาหาร ตั้งแต่ล้างจาน ขอดเกล็ดปลา

"5 ปีที่ได้มาทำธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่ได้คือ ทำให้รู้ว่าการทำธุรกิจร้านอาหารนั้นจุกจิกมาก ส่วนหัวใจสำคัญของร้านอาหารคือคน"

ปวันรัตน์มีบุคคลต้นแบบคือแม่เธอเอง ที่ได้เรียนรู้เรื่องการบริหารคน

"โชคดีที่ว่าคุณแม่เก่ง สิ่งที่ต้องยึดถือ คุณแม่สอนว่าให้ดูแลพนักงานเหมือนครอบครัว คุณแม่เก่งเรื่องอาหาร อาหารที่ร้านคุณแม่จะเป็นคนคิดสูตรเอง"

สำหรับซิกเนเจอร์ร้านอาหารบานาน่าลีฟ คือ ไก่มะนาว ซึ่งมีมานานมาก นอกจากนี้ยำใบชะพลูกรอบ ปัจจุบันร้านอาหารบานาน่าลีฟมีเมนูกว่า 200 เมนู

ทำงานมา 5 ปี ได้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากแบรนด์ เช่น เดลิ เวอรี่ การทำแคมเปญ ทำซีเอสอาร์ เช่น การรับซื้อข้าวจากพนักงานที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

"ตอนนี้เราเป็นมากกว่าร้านอาหาร"

นอกจากนี้ ปวันรัตน์ยังมีบทบาทในการรีแบรนด์โลโก้ร้านบานาน่าลีฟ

เป้าหมายการรีแบรนด์ก็เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้เด็กลง และมีความเป็นมิตรกับคนทุกวัย เนื่องจากรู้สึกว่าลูกค้าจะอายุมากขึ้น จึงคิดว่าทำอย่างไรให้ร้านดูหนุ่มขึ้น

สำหรับความคาดหวังจากการ รีแบรนด์ ด้วยความที่ร้านนี้เป็น จุดเริ่มต้นการทำงานประจำของเธอ จึงอยาก พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่ส่งมอบร้านให้ก็อยากทำให้ดีที่สุด

"คุณพ่อจะสอนเสมอว่าจะทำอะไรจะรู้อะไรต้องรู้ให้จริง อยากทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุดอย่ายอมแพ้"

สำหรับพอร์ตการลงทุนส่วนตัว จะเน้นลงทุนในหุ้นปันผล และถือยาว เนื่องจากทำงานประจำจึงมีเวลาน้อยสำหรับการลงทุนในหุ้นเอง

ปวันรัตน์ บอกว่า หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหาร คือ ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า วัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารต้องดี ลูกค้าเข้ามาร้านอาหารต้องทำให้ดีกว่าความคาดหวังของลูกค้า นอกจากนี้เรื่องคนถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

"การทำอาหารเราต้องมีความซื่อสัตย์กับลูกค้า ถ้าไม่ซื่อสัตย์ก็จะอยู่ไม่ได้ ร้านอาหารต้องทำให้ดีกว่าความคาดหวังของลูกค้า "

ปวันรัตน์ ทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่ทำงานประจำและลงทุนในหุ้นด้วย ดังนั้นต้องแบ่งเวลา สำหรับเธอจะให้ความสำคัญกับธุรกิจมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ด่วน! ดีเซลขึ้นอีก 3.50 บาท แตะ 47.74 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้