posttoday
โบดำ-โบแดง รัฐบาล คสช.

โบดำ-โบแดง รัฐบาล คสช.

24 ธันวาคม 2560

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ

สถานการณ์บ้านเมืองกลับคืน สู่ความสงบเรียบร้อยจนถึงปัจจุบัน นักวิจารณ์การเมืองถึงกับเปรียบเปรย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอัศวินขี่ม้าขาว เข้ามาดับไฟความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมกับประกาศสัญญาจะนำพา ประเทศไปสู่การปฏิรูปประเทศ กวาด ล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศลั่นว่าปฏิวัติรัฐประหารครั้งนี้ ไม่เสียของแน่นอน !

ผ่านมาถึงวันนี้ 3 ปีกว่า รัฐบาล คสช.ได้สร้างผลงานโบดำและโบแดงไว้มากมาย ทั้งที่สร้างความพึงพอใจ และขัดใจประชาชน

สำหรับผลงานชิ้นโบแดงที่โดดเด่นที่สุดของรัฐบาล คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ทุกสำนักโพลให้คะแนนเกือบเต็ม ด้านความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทั้งในรูปแบบการใช้มาตรา 44 เพื่อโยกย้ายข้าราชการ รวม 331 คน ที่ถูกร้องเรียน ปฏิบัติงานผิดพลาด หรือเกี่ยวพันกับคดีทุจริต โดยเป็นการโยกย้ายออกจากตำแหน่งเพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบ หากไม่พบความผิดจึง จะพิจารณาแต่งตั้งกลับเข้าสู่ตำแหน่ง และการออกกฎหมาย เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามให้เกิดการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว และไม่นับอายุความสำหรับจำเลยที่หลบหนีคดี พร้อมกับเพิ่มโทษโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ โดยเฉพาะการจัดตั้งศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยให้เป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

และได้แก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและปัญหา อาทิ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ได้มีการยกระดับวิธีการป้องกันและป้องปรามการทุจริตในภาครัฐให้เข้มข้นมากขึ้น

ขณะที่อีก 3 ฉบับกำลังดำเนินการ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม อยู่ในชั้นกรรมาธิการกำลังพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. มาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ อยู่ในชั้นการพิจารณาของกฤษฎีกา และร่างปรับปรุงกฎหมายการเปิดเผยข้อมูลสาร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนายกรัฐมนตรี อีกผลงานที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการยกย่องว่าเอาจริงกับการปราบทุจริตและเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือ การพุ่งเป้าจัดการปราบคอร์รัปชั่นไปยังอดีตรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโครงการทุจริตรับจำนำข้าวที่อดีตรัฐบาลได้ทิ้งปัญหาไว้

ต้องยอมรับว่าภายใต้เงื่อนไขการเป็นรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้าน ภายใต้อำนาจที่เบ็ดเสร็จ และภายใต้การสนับสนุนของกองทัพ ย่อมมีกลไกการทำงานครบมือ จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจ ดังนั้นรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาบางอย่างที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้ แต่รัฐบาล คสช.ทำได้ จึงกลายเป็นที่มาของผลงานชิ้นโบแดง

อาทิ การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ที่รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนของ สหภาพยุโรป จนทำให้รัฐบาลได้รับการยอมรับในการทำงาน ด้วยการยกระดับการแก้ปัญหาเป็น "วาระแห่งชาติ" ยกเครื่องและเร่งออกกฎหมายโดยด่วนเป็นพระราชกำหนดการประมง

ปรับปรุงกฎหมายการทำประมงให้สอดคล้องกับหลักสากลระหว่างประเทศนับร้อยฉบับ พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เพื่อแก้ไขปัญหาในทุกจุด จนได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกว่ามีความตั้งใจและมีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหา จนในที่สุดไทยได้ปรับระดับในรายงานการค้ามนุษย์ (TIP Report) ส่ง "ผลดี" ต่อการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย

อีกผลงานยอดเยี่ยม คือ การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO : ภายหลัง ICAO ได้พบข้อบกพร่องในการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนของประเทศไทย และประกาศติดธงแดง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2558 ส่งผลกระทบต่อสายการบินของประเทศไทยที่ทำการบินไปยังประเทศต่างๆ หัวหน้า คสช.จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) ดำเนินการแก้ไขปัญหาสำคัญ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาด้านกฎหมายหลักด้านการบินพลเรือน 2.แก้ปัญหาด้านโครงสร้างด้านการบิน 3.การแก้ปัญหาด้านบุคลากร จนปัจจุบันปลดธงแดงให้กับประเทศไทยแล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์รู้ทุกปัญหา แต่การแก้ปัญหาบางเรื่องในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด แม้รัฐบาลจะมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ เพราะปัญหาบางเรื่องต้องยอมรับว่าแก้ยาก

ปัญหาแรกที่รัฐบาลถูกโจมตีมากที่สุดจนกลายเป็นผลงานชิ้นโบดำ คือ ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ที่ต้องให้คะแนนติดลบ โดยเฉพาะยางพารา แม้จะพยายามออกนโยบายมามากมายเพื่อดูดซับยางพาราที่ล้นตลาด เพื่อดันราคาให้สูงขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงแก้ปัญหาระยะสั้น ไม่ได้สร้างความพึงพอใจต่อเกษตรกรในภาพรวม

อีกผลงานที่เกือบทุกสำนักโพลประเมินตรงกัน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพง ทุกรัฐบาลใช้กระทรวงพาณิชย์มาควบคุมราคา ซึ่งในความเป็นจริงนั้นควบคุมได้ยากและจำกัด หากย้อนดูทุกสำนักโพลให้คะแนนใกล้เคียงกันว่ารัฐบาลสอบตก ในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ปัญหาปากท้องของประชาชน

อีกผลงานที่สอบตก คือ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลพยายามใช้ หลายยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา หนึ่งในนั้นคือแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.ส่วนหน้า) แต่ในภาพรวมผลคะแนนที่ออกมา ยังไม่เป็นที่พอใจการทำงานของรัฐบาล เท่าที่ควร

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท