posttoday
สินเชื่อแบงก์ขยับ รับเศรษฐกิจฟื้น

สินเชื่อแบงก์ขยับ รับเศรษฐกิจฟื้น

24 ธันวาคม 2560

พรสวรรค์ นันทะภาพเศรษฐกิจที่ปรับฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของการส่งออกและท่องเที่ยวที่โตได้ดี รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชนก็ค่อยๆ ปรับดีขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะโต 3.9% ภายใต้เงินเฟ้อทั่วไปที่ 0.7% เช่นเดียวกับปีหน้าที่น่าจะโตได้ 3.9% ภายใต้เงินเฟ้อทั่วไป 1.1% ส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการขยายสินเชื่อที่น่าจะขยายตัวได้มากตามความต้องการใช้สินเชื่อและคุณภาพที่น่าจะปรับขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น ทั้งสินเชื่อธุรกิจเพื่อการลงทุนและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค

พรสวรรค์ นันทะ

ภาพเศรษฐกิจที่ปรับฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของการส่งออกและท่องเที่ยวที่โตได้ดี รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชนก็ค่อยๆ ปรับดีขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะโต 3.9% ภายใต้เงินเฟ้อทั่วไปที่ 0.7% เช่นเดียวกับปีหน้าที่น่าจะโตได้ 3.9% ภายใต้เงินเฟ้อทั่วไป 1.1% ส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการขยายสินเชื่อที่น่าจะขยายตัวได้มากตามความต้องการใช้สินเชื่อและคุณภาพที่น่าจะปรับขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น ทั้งสินเชื่อธุรกิจเพื่อการลงทุนและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่เศรษฐกิจปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นย่อมส่งผลดีต่อการขยายสินเชื่ออยู่แล้ว ซึ่งคงไม่ขยายตัวเฉพาะสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เท่านั้น น่าจะ ส่งผลดีต่อเนื่องมาที่สินเชื่อเอสเอ็มอีรวมถึงสินเชื่อรายย่อยด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจก็กระจายตัวได้ดีขึ้นจากการติดตามดูข้อมูลสินเชื่อล่าสุดก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ ดังนั้นการขยายสินเชื่อในปีหน้าย่อมน่าจะโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีนี้ เช่นเดียวกับคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นเพียงแต่การปรับนั้นคงไม่ได้เร็วมากต้องใช้เวลา

"ถามว่าสินเชื่อรายใหญ่น่าจะดีตามทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐได้ไม่ยาก แล้วสินเชื่อ เอสเอ็มอีจะขยายตัวดี หรือมีคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นได้ด้วยหรือไม่นั้นอาจจะต้องแยกมองตามกลุ่ม เพราะเอสเอ็มอีบางกลุ่มเป็นปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในเชิงโครงสร้างการที่เอ็นพีแอลจะลดลงก็ยากพอสมควร เช่น ธุรกิจโรงสีข้าว ที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมาตามโครงการรับจำนำข้าว มีการขยายกำลังการผลิตรองรับปริมาณข้าวเบาที่ทำนากันปีละ 3-4 รอบ และสร้างคลังเก็บข้าวให้รัฐบาล แต่ปัจจุบันธุรกิจเหล่านี้ก็กลายเป็น เอ็นพีแอล ถามว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะมีเอ็นพีแอลดีขึ้นตามเศรษฐกิจหรือไม่ อันนี้ก็คงทำให้ดีขึ้นไม่ได้เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องให้เวลาในการปรับตัว และมีการจัดการปัญหาอีกรูปแบบ เช่นเดียวกับธุรกิจดิจิทัลทีวีที่มีมากจะกลับมาดีตามเศรษฐกิจคงไม่ใช่ แต่แน่นอนว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับส่งออกมันดีขึ้น คำอนุมัติสินเชื่อเพิ่ม มีการขอสินเชื่อเพื่อสต๊อกสินค้ามากขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น" วิรไท กล่าว

อุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ผลจากการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นของเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้า โดยคาดว่า จีดีพีปีนี้จะโตที่ 3.8-3.9% และในปี 2561 น่าจะโตที่ระดับ 4.2% ส่วนปี 2562 มีโอกาสโตที่ 4.5% ซึ่งขยายตัวสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นในภูมิภาคมากขึ้น ที่ผ่านมาเศรษฐกิจขับเคลื่อนจากภาครัฐเป็นสำคัญ แต่ปีนี้นอกจากการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนที่ดีขึ้นแล้ว จากสัญญาณการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนมากขึ้นตั้งแต่กลางปีนี้แล้วนั้น การลงทุนภาคเอกชนที่ปรับขึ้นก็ยังจะมาหนุนเพิ่มด้วย

"ปีหน้าผลจากการลงทุนภาคเอกชนฟื้นขึ้นตามโครงการลงทุนภาครัฐที่จะคืบหน้าดีขึ้นกว่าปีนี้ คาดว่าน่าจะมีเม็ดเงินในการเบิกจ่ายประมาณ 9.4 แสนล้านบาท น่าจะเบิกจ่ายได้เกินครึ่ง หรือเบิกไม่ถึงครึ่งแต่เบิกได้ 1-2 แสนล้านบาท ก็ถือว่ามากกว่าปีนี้แล้ว ภาพเช่นนี้ย่อมดีต่อการปล่อยกู้ใหม่ของสินเชื่อรายใหญ่และถ้ารายใหญ่ดีก็ช่วยให้สินเชื่อเอสเอ็มอีดีกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาด้วย ขณะที่สินเชื่อรายย่อยที่ผ่านมามีแค่สินเชื่อบ้านและรถยนต์ที่ดี ซึ่งสินเชื่อทั้งสองประเภทนี้ปีหน้าจะดีขึ้นต่อเนื่อง ยกเว้นสินเชื่อบัตรเครดิตที่น่าจะมีปัญหาอยู่ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังเป็นประเด็นฉุดรั้งความต้องการกู้ใหม่ สถานการณ์ที่ดีขึ้นนี้ทำให้หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ประโยชน์ไปด้วย" อุษณีย์ สรุป

อุษณีย์ กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ประเมินคาดว่าในไตรมาส 4 ปีนี้ กลุ่มธนาคารพาณิชย์จะมีกำไรสุทธิประมาณ 4.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 2.4% แต่เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่เคยติดลบ 5% ส่วนในปีหน้าคาดว่าแนวโน้มสินเชื่อจะขยายตัวได้ที่ 6% จากปีนี้โตประมาณ 5% ขณะที่ปีหน้าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับลดลง จากที่ขึ้นไปสูงสุดที่ 3.2% ของสินเชื่อรวมเมื่อไตรมาส 3 คาดว่าสิ้นปีนี้เอ็นพีแอลน่าจะเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย แต่ไม่ได้เพิ่มจากสินเชื่อใหม่แล้ว เป็นการเพิ่มขึ้นจากหนี้เสียย้อนกลับของเอสเอ็มอี เป็นสำคัญ สำหรับทิศทางเอ็นพีแอล ในปีหน้าคาดว่าจะลดลงเหลือ 3% ของสินเชื่อรวม

การที่สินเชื่อขยายตัวได้มากและคุณภาพหนี้ปรับดีขึ้น ส่งผลดีต่อระบบธนาคารพาณิชย์ คือ ช่วยลดภาระตั้งสำรองหนี้เสียที่เคยกดดันกำไรให้ลดลงมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โอกาสที่ มาร์จิ้นของกลุ่มธนาคารมีมากขึ้น ขณะเดียวกันการที่ภาคส่งออกปรับดีต่อเนื่องก็ช่วยให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธนาคารยังลดลงจากการปรับไปใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อต้นทุนในการดำเนินงาน แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีรายได้ค่าธรรมเนียมเข้ามาในทันที เนื่องจากส่วนใหญ่ให้บริการฟรี แต่การปรับเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ดีภายใต้ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น ก็ช่วยให้ธนาคารขยายการบริการไม่อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเพิ่มรายได้และมีสร้างโอกาสในการให้ได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆ มากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าผลจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาจะส่งผลให้ได้ค่าตอบแทนเพิ่มในปีหน้าและพัฒนามากขึ้นในปี 2562 ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมจะโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงแนะนำซื้อลงทุนในหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่จะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจปีหน้าฟื้นรอบนี้

จากภาพทิศทางที่ฟื้นดีขึ้น ค่อนข้างชัดเจนว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจรอบนี้ด้วยแน่นอนไม่มากก็น้อย แต่จะได้มากน้อยเพียงไรและได้กัน ทุกธนาคารหรือไม่นั้นต้องติดตามกัน ต่อไป เพราะหลายธนาคารนอกจากจะได้วางกลยุทธ์รับมือเทคโนโลยีใหม่แล้ว ยังตั้งรับไม่ทันก็มี

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน