
TKN กำไรจ่อฟื้น
เจียรนัย อุตะมะ/ช่างภาพ/ประกฤษณ์ จันทะวงศ์/มีรูปและกราฟบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) คาดว่าปีนี้รายได้ยังโตได้ 10% จากปี 2559 ตามเป้าหมายและปีหน้ารายได้จะเติบโต 10-15% จากปีนี้ โดยอัตรากำไรสุทธิฟื้นตัว
เจียรนัย อุตะมะ/ช่างภาพ/ประกฤษณ์ จันทะวงศ์/มีรูปและกราฟ
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) คาดว่าปีนี้รายได้ยังโตได้ 10% จากปี 2559 ตามเป้าหมายและปีหน้ารายได้จะเติบโต 10-15% จากปีนี้ โดยอัตรากำไรสุทธิฟื้นตัว
คู่สูรย์ รัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และนักลงทุนสัมพันธ์ TKN ประเมินโค้งสุดท้ายปีนี้ ยืนยันว่ารายได้จะโต 10% จากปี 2559 แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะทำได้ 12% ของรายได้ต่ำกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 15% โดยไตรมาส 4 ยอดขายสูงสุดตามฤดูกาล แต่มีปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบจากราคาสาหร่ายที่ปรับตัวขึ้น
ยอดขายของบริษัท 40% มาจากเมืองจีน อีก 38% มาจากไทย และโรงงานที่สหรัฐเพิ่งเปิดดำเนินการอยู่ในช่วงพัฒนาแพ็กเกจและสูตรการผลิตที่เหมาะสม คาดว่าจะรับรู้กำลังการผลิตเต็มที่ปีหน้า
"ตอนนี้อัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานที่นิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะอยู่ที่ 70% เพราะเพิ่มเริ่มผลิตปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 80% ส่วนที่สหรัฐคาดว่าจะเพิ่มในปีหน้า"
ทั้งนี้ จะส่งผลให้ปี 2561 รายได้โต กว่าปีนี้อยู่ที่ 10-15% หรือมีรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิฟื้นตัวมาที่ 13-14% ของรายได้ตามภาวะปกติ ตามราคาวัตถุดิบสาหร่ายที่อ่อนตัวลง
นอกจากนั้น ยังจะรับรู้รายได้จากธุรกิจเวย์โปรตีน FIT WHEY เต็มปี ที่เริ่มตั้งแต่กลางปี 2560 โดยปัจจุบันมีรายได้ 10 ล้านบาท/เดือนหรือ 50 ล้านบาทครึ่งปีเพราะเพิ่งเริ่มต้น ปีหน้ารับรู้เต็มปีทำให้ยอดขายโตขึ้น
"คนซื้อเวย์โปรตีนส่วนใหญ่เป็น ผู้หญิงที่นำมาไปรับประทานทดแทนการดื่มกาแฟ ชา เพื่อดูแลรูปร่าง แทนอาหารและขนม FIT WHEY เป็นผงชงดื่ม"
บริษัทตั้งงบลงทุนปี 2561 ที่ 100 ล้านบาท ลดลงจากปีนี้ที่ลงทุน 300 ล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการลงทุนใหญ่ไปแล้ว โดยปีหน้าเป็นการลงทุนเฟส 3 ของเครื่องจักรแล้ว
ปัจจุบัน TKN มีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 40 เท่า ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอาหารที่ 30 เท่า
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย คาดกำไรสุทธิของ TKN ฟื้นตัวขึ้นในปี 2561 อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจะฉุดกำไรสุทธิปี 2560
"คาดกำไรสุทธิของ TKN ในปี 2560-2562 ที่ 683 ล้านบาท 1,020 ล้านบาท 1,330 ล้านบาท หรือลดลง 12.7% ในปี 2560 และเติบโตขึ้น 49.5%, 30.4% ในปี 2561/2562 โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2560 ที่ปรับลดลง 12.7% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 35.8% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 32.0% ในปี 2560 จากต้นทุนสาหร่ายและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น"
อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงกดดันบน GPM จะปรับลดลงในปี 2561 จากอัตราการผลิตของโรงงานผลิตที่โรจนะที่สูงที่จะทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดมากขึ้น ทั้งนี้ผู้บริหารคาดว่าราคาสาหร่ายในปี 2561 จะคงที่หรือลดลงเล็กน้อยหลังเพิ่มขึ้นผิดปกติถึง 15% และ 5% ในปี 2559-2560 จากปรากฏการณ์เอลนินโญและปัญหาผลผลิตขาดแคลนในประเทศจีน ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2562 เนื่องจากคาดว่าราคาสาหร่ายจะเพิ่มขึ้นปีละ 2%
ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2560 จะแข็งแกร่งที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลของยอดขายในประเทศ คิดเป็น 40% ของรายได้รวมของ TKN อย่างไรก็ดี คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2560 จะลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
กำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 คิดเป็น 68.3% ของประมาณการรวมทั้งปีคาดยอดขายในประเทศฟื้นตัวขึ้น
บล.กสิกรไทย คาดว่า ยอดขายในประเทศปี 2560-2562 จะอยู่ที่ 1,960 ล้านบาท, 2,110 ล้านบาท, 2,020 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 2%, 7.5%, 4.5% ยอดขายในประเทศเติบโตขึ้นเล็กน้อยในปี 2560 นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในเดือน ม.ค.-ม.ย. 2560 เป็นผลจากการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 15% ของยอดขายในประเทศในปี 2559 ในขณะเดียวกันคาดว่า นักท่องเที่ยวจีนที่จะเติบโตขึ้น 7.5%, 5.7% ในปี 2561-2562 และการเปิดขายสินค้าสาหร่ายครั้งใหม่จะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนยอดขายในประเทศในปี 2561-2562 คาดยอดขายต่างประเทศเติบโตมากกว่าในประเทศ
นอกจากนี้ บล.กสิกรไทย ยังคาดว่า ยอดขายในต่างประเทศปี 2560-2562 จะอยู่ที่ 3,310 ล้านบาท, 4,090 ล้านบาท, 4,950 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 18.8%, 23.6%, 21.0% โดยมาจากตลาดจีน เวียดนามและสหรัฐเป็นหลัก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมกว่า 40% ในปี 2559 และคาดว่าจะมี แนวโน้มต่อเนื่อง เนื่องจากอัตราการเข้าถึงในเวียดนามและสหรัฐ ยังต่ำจากสัดส่วนรายได้แค่ 2% ของยอดขายรวมของ TKN ขณะที่ยอดขายจากจีนสูงที่สุด ในยอดขายต่างประเทศรวมโดยสัดส่วนรายได้ 40% ของยอดขายรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 การการันตีความสามารถในการผลิต
"เลือก TKN เป็นหุ้นแนะนำเพราะการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศและมองว่าจะมีการเติบโตด้านยอดขายระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งระดับ 23% ในปี 2561 ทั้งนี้กังวลน้อยลงเกี่ยวกับการเพิ่มอัตราการผลิตที่โรงงานโรจนะ หลัง TKN ให้ความสำคัญกับการผลิตสาหร่ายย่างด้วยแรงงานคนมากกว่าเครื่องจักร"







