
ท่าทีของ ECB เป็นผลดี ต่อตลาดหุ้นยุโรป
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทยผ่านไปแล้วสำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลการประชุมเป็นตามที่ตลาดคาด นั่นคือ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ไว้ที่ 0% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงิน พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนของธนาคารพาณิชย์ที่ -0.4% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนที่ 0.25% รวมทั้งคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงสิ้นปี และจะลดลงสู่ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. 2018 สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการประชุมนี้คือ ECB เพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซนสู่ 2.4% ในปี 2017 และ 2.3% ในปี 2018 รวมถึงเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2018 เป็น 1.4% โดยคาดหมายเงินเฟ้อสูงขึ้นสู่ 1.7% ในปี 2020 แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2%
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทย
ผ่านไปแล้วสำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลการประชุมเป็นตามที่ตลาดคาด นั่นคือ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ไว้ที่ 0% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงิน พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนของธนาคารพาณิชย์ที่ -0.4% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนที่ 0.25% รวมทั้งคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงสิ้นปี และจะลดลงสู่ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. 2018 สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการประชุมนี้คือ ECB เพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซนสู่ 2.4% ในปี 2017 และ 2.3% ในปี 2018 รวมถึงเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2018 เป็น 1.4% โดยคาดหมายเงินเฟ้อสูงขึ้นสู่ 1.7% ในปี 2020 แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2%
แม้ ECB จะมีมุมมองดีขึ้นต่อการเติบโตเศรษฐกิจ แต่ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ทำให้ ECB ระมัดระวังสื่อสารกับตลาดในรายละเอียดของการดำเนินนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นกรอบเวลาสิ้นสุดและแผนปรับลดขนาดวงเงิน QE รวมไปถึงช่วงเวลาที่จะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดังจะเห็นได้จากการเน้นย้ำของ มาริโอ ดรากี ประธาน ECB ในการประชุมครั้งล่าสุดว่า "สมาชิกส่วนใหญ่เห็นพ้องให้กรอบเวลาสำหรับมาตรการ QE เป็นปลายเปิด และพร้อมขยายเวลา รวมถึงเพิ่มขนาดการซื้อพันธบัตร หากทิศทางเศรษฐกิจชะลอลง ทั้งนี้ การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไม่เกิดขึ้น หากการดำเนินการตามมาตรการ QE ยังไม่สิ้นสุด"
ย้อนไปดูการประชุมเสวนาผู้นำธนาคารกลางเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี จะเห็นว่าดรากีพยายามไม่ให้การดำเนินนโยบายการเงินสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาด โดยย้ำถึงการใช้ "มาตรการชี้นำล่วงหน้า" เพื่อซักซ้อมหรือโยนหินถามทางจากตลาดก่อน เพราะ ECB ไม่ต้องการให้ความผันผวนของตลาดไปบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ท่าทีที่ไม่แข็งกร้าวของ ECB ประกอบกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของ ยูโรโซน น่าจะทำให้ผลประกอบการของธุรกิจในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ส่งให้ตลาดหุ้นมี แนวโน้มสดใสและเริ่มสร้างผลตอบแทนที่ดีตามตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชีย อย่างไรก็ดี การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีทีมผู้จัดการกองทุนช่วยเลือกสรรบริษัท ประเมินมูลค่าหุ้น และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนอย่างใกล้ชิด จะยิ่งทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ







