
เร่งแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ
โพสต์ทูเดย์ - "กอบศักดิ์" เครื่องร้อน เร่งดันมาตรการติดดาวปฏิรูปเศรษฐกิจประชาชนจับต้องได้ พัฒนาแหล่งน้ำ ยกระดับฝีมือแรงงาน เพิ่มศักยภาพโชห่วย
โพสต์ทูเดย์ - "กอบศักดิ์" เครื่องร้อน เร่งดันมาตรการติดดาวปฏิรูปเศรษฐกิจประชาชนจับต้องได้ พัฒนาแหล่งน้ำ ยกระดับฝีมือแรงงาน เพิ่มศักยภาพโชห่วย
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาการทำงานที่เหลืออีกไม่มากก่อนจะมีการเลือกตั้ง ทำให้ต้องเลือกขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญที่ต้องทำต่อเนื่องจากที่ได้ทำมาก่อนจะรับตำแหน่งใหม่ คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่จะนำนโยบายปฏิรูปมาทำเป็นแผนปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำ
"เราจะเลือกมาตรการที่จำเป็นจริงๆ ออกมาทำ เรียกว่าเป็นมาตรการติดดาว เป็นมาตรการที่จะมีการจัดสรรงบประมาณให้ก่อน คือจำนวนโครงการไม่มากแต่สำคัญ ทำแล้วประชาชนจับต้องได้" นายกอบศักดิ์ กล่าว
สำหรับมาตรการติดดาวมีเป้าหมายสำคัญ คือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนจับต้องได้ เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เกษตรกรเข้าถึง สร้างความเข้มแข็งในอาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม มาตรการพัฒนาฝีมือแรงงาน รัฐบาลจะมีศูนย์ฝึกทักษะกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยนำแรงงานเข้ามาพัฒนาทักษะแล้วออกใบ รับรองให้ สามารถออกไปประกอบอาชีพต่างๆ ได้ โดยมีต้นแบบมาจากเยอรมนี
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกมาตรการที่จะขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม คือการช่วยเหลือร้านโชห่วย โดยจะให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งบริษัทกลางขึ้นมาเพื่อบริหารคลังสินค้าตามออร์เดอร์ของร้านโชห่วย ต่อรองสินค้าจากผู้ผลิตจะทำให้ร้านค้าได้สินค้าต้นทุนถูกลง แข่งขันกับห้างขนาดใหญ่ได้ และที่จะทำควบคู่กันคือสมาร์ทฟาร์เมอร์ เอสเอ็มอี อี-คอมเมิร์ซ การท่องเที่ยวท้องถิ่น
นอกจากนี้ จะมีการจัดงบประมาณการวิจัยใหม่ แบ่งบางส่วนมาใช้สำหรับงานวิจัยที่ประชาชนจับต้องได้ หรือเรียกว่างานวิจัยกินได้ ซึ่งแนวทางนี้ได้รับความเห็นชอบจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลภารกิจด้านวิจัยแล้ว จะเน้นให้นักวิจัยลงไปทำงานวิจัยตามที่ประชาชนหรือชุมชนต้องการ เช่น จากการลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ของนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าประชาชนต้องการการสนับสนุนงานวิจัยหม่อนไหมที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ผ้าไหมคุณภาพสูง เช่น ผ้าไหมนาโน เป็นต้น
ขณะที่ภารกิจอื่นที่ได้รับมอบหมาย เช่น การกำกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเดินหน้าการปฏิรูปองค์กร ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจะให้เน้นการส่งเสริมเอกชนออกไปลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีและบังกลาเทศ







