
กรรมของ 'เมล็ดถั่ว'
การพูดคุยกับแหล่งข่าวคนสำคัญซึ่งเป็นชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ และปัจจุบันได้ใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีใต้
โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]
การพูดคุยกับแหล่งข่าวคนสำคัญซึ่งเป็นชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ และปัจจุบันได้ใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีใต้ ได้ช่วยแก้ปริศนาเงื่อนปมหลายเรื่องในเกาหลีเหนือ บางเรื่องแม้ว่าพวกเรากลุ่มนักข่าวต่างประเทศจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ก็ทำให้หัวใจรู้สึกหนักอึ้งเมื่อได้ยินซ้ำ ดังเช่นเรื่องนี้ที่ต้องอธิบายด้วยบทกวีจีน "เถาถั่วเจ็ดก้าว" ที่ว่า "เถาถั่วถูกทำเป็นถ่านเผา ของในเตาล้วนแล้วแต่เมล็ดถั่ว กระทบร้อนสะท้อนเสียงเศร้าระรัว ถั่วหนอถั่วมัวเมาเผากันเอง"
"เถาถั่วเจ็ดก้าว" เป็นบทกวีที่มีชื่อเสียงมากจากวรรณกรรมสามก๊กที่เป็นมรดกทางปัญญาของโลก กล่าวถึงเหตุการณ์หลังจากที่ "โจผี" บุตรชายของ "โจโฉ" ได้ขึ้นครองราชย์แล้วก็ทรงคิดที่จะกำจัด "โจสิด" พระอนุชาที่อาจเป็นอันตรายต่อการครองบัลลังก์ของตนเอง จึงบังคับให้โจสิดแต่งบทกวีภายในก้าวเดิน 7 ก้าว โดยต้องมีเนื้อหาว่า "พี่น้องมิอาจฆ่ากัน" แต่ห้ามไม่ให้เอ่ยคำว่าพี่น้องในบทกวีนั้น ไม่เช่นนั้นจะสั่งประหารชีวิต โจสิดจึงได้แต่งบทกวีนี้ขึ้นมาโดยอุปมาอุปไมยกับการต้มถั่วโดยใช้เถาของต้นถั่วเป็นเชื้อเพลิง บทกวียาวกว่านี้มากค่ะ
ในที่สุดพระเจ้าโจผีก็ยกเลิกการประหารโจสิดด้วยความละอายใจ ทว่า "คิมจองนัม" นั้น คงมิได้มีสติปัญญาปราดเปรื่องเช่น โจสิด จนกระทั่งสามารถโน้มน้าว "คิมจองอึน" น้องชายต่างมารดาของตนเองที่ครองบัลลังก์อยู่ได้ เขาจึงต้องสิ้นชีพด้วยสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าฟืนจากเถาถั่ว นั่นคือ "ยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดของโลก"
ดูๆ ไปแล้วเรื่องราวของ "คิมจองนัม" คล้ายคลึงกับชีวิตของโจสิดอยู่ไม่น้อย ทั้งประวัติและอุปนิสัย "โจสิด" เป็นบุตรชายที่โจโฉรักมาก เช่นเดียวกับที่ "คิมจองนัม" เคยเป็นบุตรคนโตที่ "คิมจองอิล" อดีตผู้นำเกาหลีเหนือรักมาก "โจสิด" แสดงตนว่าไม่หวังในบัลลังก์ เป็นปราชญ์ทางด้านโคลงกลอนมีอารมณ์กวีตลอดเวลา ติดเหล้าและเที่ยวเสเพล ส่วน "คิมจองนัม" ก็มีนิสัยรักอิสระ ชอบกินเที่ยว ชอบการพนัน "โจสิด" ชอบที่จะคบหากับ "เอียวสิ้ว" ที่ปรึกษาของโจโฉซึ่งเป็นคนที่โจโฉไม่ค่อยไว้วางใจ แม้ ไม่พูดอะไรแต่เมื่อคนเราชอบคบหาใครก็เพราะมีทัศนะไปกันได้ ส่วน "คิมจองนัม" ก็มักจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองสวนทางกับหลักการปกครองของตระกูลคิมอยู่เสมอ แล้วด้วยเหตุนี้หรือ เขาจึงต้องตาย?
เหตุการณ์คงจะไม่ร้ายแรงจนถึงขั้นมีราชโองการประทานยาพิษ หากไม่ถึงเหตุปัจจัย 2 ประการ คือ หนึ่ง หาก "คิมจองนัม" ไม่กล่าววิจารณ์การปกครองและดูถูกน้องชายตนว่า "ไม่มีความสามารถพอที่จะปกครองประเทศได้ และเกาหลีเหนือจะต้องเปลี่ยนแปลงไป" คำพูดเยี่ยงนี้ถือเป็นกบฏ ในสมัยโชซอนถือเป็นการให้ร้ายต่อกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ที่บังอาจกระทำเยี่ยงนี้จะต้องถูกบังคับให้ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายสถานเดียว และสอง หาก "คิมจองนัม" ไม่เคยอยู่ภายใต้การคุ้มครองดูแลของรัฐบาลจีน
แหล่งข่าวคงเห็นเครื่องหมายคำถาม บนหน้าของพวกเรา จึงได้อธิบายเพิ่มเติมว่า "จำเรื่องที่ผมเล่าเกี่ยวกับสาเหตุการตายของ จางซองแท๊ก ได้ไหม เมื่อมีความเกี่ยวพันอันดีกับจีน ก็ทำให้ตายได้เหมือนกัน" ความว่า หลังจากที่ "คิมจองนัม" ไม่ได้เป็นลูกคนโปรดของบิดาเนื่องจากเกิดกรณีอื้อฉาวที่ตัวเขาสร้างขึ้นเอง ด้วยการทำพาสปอร์ตปลอมเพื่อพาลูกไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ที่ญี่ปุ่นแล้วถูกจับได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ความไว้วางใจของบิดาที่มีต่อเขาในขณะนั้นลดน้อยลงมาก ในที่สุดเขาจึงได้ย้าย (หรือถูกส่งตัว) ออกไปอยู่ต่างประเทศซะ โดยประเทศที่มีหลักแหล่งแน่นอนได้แก่จีน ทั้งที่ปักกิ่งและมาเก๊าซึ่งภรรยาสองคนแยกกันอยู่ ทั้งนี้ ถือได้ว่า "เขาได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาลจีน" ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของเขานั้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ไม่ต้องทำอาชีพอะไรในฐานะบุตรชายของท่านผู้นำคิมจองอิล ในขณะนั้น เขาจึงสามารถใช้ชีวิตหรูหราในโรงแรมห้าดาว และมีเงินใช้จ่ายอย่างสบาย จนกระทั่งหลังจากที่น้องชายขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดแล้ว ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยส่วนนี้ได้ถูกตัดไป จึงยิ่งกลายเป็นความบาดหมางระหว่างพี่น้องมากยิ่งขึ้น
การที่รัฐบาลจีนให้ความคุ้มครอง "คิมจองนัม" กลายเป็นหอกข้างแคร่ของ "คิมจองอึน" คนน้องที่ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด เนื่องจากมองได้ว่า "คิมจองนัม" เป็นหมากตัวหนึ่งที่จีนวางไว้แทนที่น้องชาย หากมีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับคิมจองอึน ซึ่งมีความเป็นได้หลายทางมาก แหล่งข่าวเปรียบเทียบว่า "คิดง่ายๆ นะ คิมจองอึนถูกปกปิดซ่อนตัวว่าเป็นลูกของ คิมจองอิล แม้แต่ปู่ของเขาคือ คิมอิลซอง ยังไม่รู้เลยว่ามีหลานคนนี้ แต่คิมจองนัมนั้น ปู่รู้ว่าเป็นหลาน หากคิมจองนัมคิดจะเป็นใหญ่ แค่เอารูปถ่ายคู่กับปู่ ซึ่งคิมจองอึนไม่เคยมี ไปโชว์คนเกาหลีเหนือทั้งประเทศดูว่า ปู่เคยหวังว่าจะให้เขาเป็นผู้นำต่อโดยมีรัฐบาลจีนสนับสนุน แค่นี้ก็สร้างความปั่นป่วนในเกาหลีเหนือได้แล้ว"
ด้วยเหตุนี้ล่ะค่ะ ต้นปีที่ผ่านมา 13 ก.พ. 2560 ชายเกาหลีเหนือคนหนึ่งจึงได้ถูกจู่โจมด้วยยาพิษร้ายแรงที่สุด ณ อาคารสนามบินกัวลาลัมเปอร์ KLIA2 ของสายการบินโลว์คอสต์ ในขณะที่กำลังเดินไปต่อแถวเช็กอิน จนถึงแก่ความตายในระยะเวลาไม่เกิน 20 นาที ขณะนำส่งตัวไปโรงพยาบาล ภายหลังเปิดเผยว่าเขาคือ คิมจองนัม และยาพิษที่ฆ่าเขาชื่อว่าสารวีเอ็กซ์ ที่มีพิษอันตรายสูงสุดสามารถทำลายระบบประสาท ไม่มีกลิ่นและรส ไม่ระเหย ซึ่งคาดว่ามาจากเกาหลีเหนือ เพราะเป็นประเทศที่ไม่ยอมลงนามในข้อตกลงห้ามใช้สารชนิดนี้ ช่างเป็นเวรกรรมของเมล็ดถั่วที่ต้องถูกเถามาเผามัน ทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องลูกหลานของต้นถั่วเอง
ไม่มีคำชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากการปฏิเสธจากสถานทูตเกาหลีเหนือประจำมาเลเซีย การปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ผสานสังคมนิยมที่มีอำนาจเด็ดขาดเบ็ดเสร็จที่ผู้นำได้เริ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์ในเกาหลีเหนือ ณ วันนี้ ไม่มีใครมีอำนาจมากไปกว่าคิมจองอึน แล้วใครจะเป็นถั่วที่ถูกเผาเมล็ดต่อไป n







