posttoday
UNลงดาบโสมแดงรอบใหม่

UNลงดาบโสมแดงรอบใหม่

24 ธันวาคม 2560

ยูเอ็นเอสซีลงมติเอกฉันท์คว่ำบาตรรัฐบาลเปียงยาง สั่งจำกัดโควตาส่งน้ำมัน 90% หวังเพิ่มแรงกดดันเศรษฐกิจ

ยูเอ็นเอสซีลงมติเอกฉันท์คว่ำบาตรรัฐบาลเปียงยาง สั่งจำกัดโควตาส่งน้ำมัน 90% หวังเพิ่มแรงกดดันเศรษฐกิจ

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ลงมติเป็นเอกฉันท์ที่ 15-0 เสียง ให้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมุ่งจำกัดการส่งออกน้ำมันไปยังเกาหลีเหนือเป็นหลัก พร้อมออกมาตรการอื่นๆ เพื่อลดทอนรายได้จากนอกประเทศของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ การคว่ำบาตรรัฐบาลเปียงยางรอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 4 แล้วในปี 2017 โดยมาตรการใหม่จะจำกัดโควตาการ ส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ที่รวมถึงน้ำมันก๊าดและน้ำมันดีเซลไปยังเกาหลีเหนือเกือบ 90% ให้เหลือเพียง 5 แสนบาร์เรล/ปี ซึ่งจะมีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.

ขณะเดียวกัน มาตรการใหม่ยังจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบให้เหลือ 4 ล้านบาร์เรล/ปี โดยรอยเตอร์สรายงานว่า ยูเอ็นเอสซีอาจปรับลดโควตาดังกล่าวลงอีก หากเกาหลีเหนือยังคงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) เพิ่มอีกในอนาคต

นอกจากนี้ ยูเอ็นเอสซียังระบุให้ประเทศที่มีแรงงานเกาหลีเหนือจะต้องส่งแรงงานกลุ่มดังกล่าวกลับประเทศภายใน 24 เดือน ขยายเวลาจากที่มีการเสนอครั้งแรก 12 เดือน

รอยเตอร์สรายงานว่า ในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น มาตรการล่าสุดยังห้ามส่งออกเครื่องจักร โลหะและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ยานพาหนะไปยังเกาหลีเหนือ ขณะที่ยังห้ามเกาหลีเหนือส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แร่ต่างๆ และไม้ด้วยเช่นกัน โดยหากประเทศใดพบว่าเรือส่งสินค้ามีสินค้าต้องห้ามดังกล่าวจากเกาหลีเหนือ สามารถเข้ายึด ตรวจสอบ และระงับเรือออกจากท่าได้

"มติรอบใหม่ส่งสารชัดเจนไปยังรัฐบาลเปียงยางว่า การยิ่งท้าทายจะยิ่งนำไปสู่บทลงโทษและการทำให้เกาหลีเหนือโดดเดี่ยวมากขึ้น" นิกกี ฮาร์ลีย์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าว โดยมติของยูเอ็นเอสซีครั้งนี้ ยังถือเป็นอีกความสำเร็จทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่โน้มน้าวให้ทั่วโลกเพิ่มแรงกดดันเกาหลีเหนือมาโดยตลอด

ด้าน อูไห่เตา ทูตจีนประจำยูเอ็น เปิดเผยว่า ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเสี่ยงควบคุมยากยิ่งขึ้น และย้ำจุดยืนของจีนในการเรียกร้องให้มีการเจรจา ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการยูเอ็น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้นไม่สร้างความตึงเครียดเพิ่ม

ทั้งนี้ ปีเตอร์ วาร์ด คอลัมนิสต์จากเอ็นเคนิวส์ เว็บไซต์ที่ติดตามสถานการณ์เกาหลีเหนือ เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า การจำกัดโควตาส่งน้ำมันจะส่งผล กระทบอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรมเกาหลีเหนือ ขณะที่การสั่งส่งกลับแรงงานเกาหลีเหนือจะเป็นการตัดแหล่งรายได้จากต่างประเทศ

แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ คิมซองฮัน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ยังไม่แน่ชัดว่ามาตรการล่าสุดจะทำให้เกาหลีเหนือหยุดพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากมาตรการหลายครั้งที่ยังไม่ได้ผลตลอด 25 ปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก