
Nobel Week (4)
คนทำระเบิดขายมีอยู่หลายสำนัก ซึ่งต่างก็มุ่งหวังทำระเบิดให้มีอานุภาพเหนือกว่าบริษัทอื่น
โดย มล.อัจฉราพร ณ สงขลา
คนทำระเบิดขายมีอยู่หลายสำนัก ซึ่งต่างก็มุ่งหวังทำระเบิดให้มีอานุภาพเหนือกว่าบริษัทอื่น
แต่ความสำเร็จของ อัลเฟรด โนเบล ส่วนหนึ่งนั้นอยู่ที่การเป็นนักขายระเบิด
หลังจากที่โนเบลค้นพบวิธีการจุดระเบิดไดนาไมต์อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ได้แนวคิดมา จากความบังเอิญทำไนโตรกลีเซอรีน หกลงไปบนพื้นดินทรายซึ่งซับไนโตร กลีเซอรีนเอาไว้ เมื่อนำไปจุดระเบิดจึงได้ทั้งความปลอดภัยแล้วยังได้แรงระเบิดมากขึ้นด้วย
คนทั่วไปจะรู้จักหน้าค่าตาของ อัลเฟรด โนเบล จากสิ่งพิมพ์ ในจำนวนนั้นมีพวกที่ต่อต้านระเบิดและเกลียดระเบิดอยู่มาก ซึ่งพากันส่งต่อความชิงชังเข้าไปในสังคม ทำให้ที่ไม่ชอบโนเบลมีปะปนอยู่ทั่วไป การที่โนเบลเดินไปไหนมาไหนในเมืองมักจะมีเสียงค่อนแคะหรืออาจถึงเสียงตะโกนด่าตามมาเสมอว่า
"พ่อค้าขายความตาย"
หรือประโยคอื่นที่มีความหมายทำนองนั้น
เมื่อครั้งที่โนเบลทำให้เกิดระเบิดขึ้นในการทดลองทำให้น้องชายเสียชีวิตไปครั้งแรกพร้อมกับพนักงาน ทางการสวีเดนเข้ามาเข้มงวดกับการทดลองของโนเบลมากขึ้น
โดยออกคำสั่งให้โนเบลห้ามทดลองระเบิดบนพื้นที่ทั่วไป เพราะอาจไประเบิดโดนบ้านเรือนและชีวิตคนอื่น และกำหนดให้โนเบลไปลอยเรือทำห้องปฏิบัติการทดลองในทะเลสาบ Malaren แทน เพราะหากเกิดระเบิดก็ไปกระจุยอยู่ในทะเลสาบไม่ต้องไปโดนบ้านเรือนใคร
ก็ทำให้คนคลายกังวลใจไปได้ส่วนหนึ่ง
ระเบิดในยุคที่ยังไม่มีระบบควบคุมการจุดระเบิดที่ปลอดภัยดีพอจึงเป็นเรื่องที่ขวัญผวากับสาธารณชนทั้งหลาย
คำว่า "ระเบิด" เป็นคำที่สยองขวัญ
แต่ในแนวคิดของคนทำงานใหญ่นั้นมีอยู่ว่า...
"เมื่อมีปัญหา จงหาทางแก้ปัญหา"
เพราะมันอาจเหลืออีกนิดเดียวที่เข้าสู่เส้นแห่งความสำเร็จ แต่พวกทำระเบิดก็ยังไม่อาจก้าวข้ามปัญหาที่ท้าทายนี้ไปได้
นอกจาก อัลเฟรด โนเบล ที่ก้าวข้ามปัญหาได้ด้วยความบังเอิญอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงขั้นตอนการขายระเบิดนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาก็ใช้วิธีการที่โดดเด่นกว่าใคร
โนเบลใช้วิธีการนำระเบิดมาจุดสาธิตให้ดูในที่สาธารณะให้คนดูให้รู้เรื่องไปเลย เขาก็แสดงตัวว่าใช่... เขาคือ "นายระเบิด" ตัวจริง โดยการถือระเบิดรุ่นใหม่เข้าไปในกลุ่มคนแล้วก็ตะโกนว่า
"ท่านทั้งหลาย ฟังผมนะครับ"
คนก็หันมาดู โนเบลส่งประโยคต่อไปคือ
"ท่านทั้งหลายนี่คือระเบิด แต่เป็นระเบิดชนิดใหม่ที่มีระบบการจุดชนวนที่ปลอดภัย"
คนส่วนหนึ่งรู้กิตติศัพท์โนเบลดีว่าก็เพราะระเบิดเขานี่แหละ ที่ทำให้น้องชายเสียชีวิตดับดิ้นไปแล้ว คนบางส่วนรีบถอยหนีไปไกลๆ
"อย่าหนีครับท่าน เพราะแม้ผมจะโยนชิ้นนี้ไปที่พื้น มันก็จะไม่มีวันระเบิด" ว่าแล้วแกก็โยนระเบิดไปตรงหน้าแกเอง
แล้วมันก็ไม่ระเบิดจริงๆ
"ท่านทั้งหลาย นี่ไม่ใช่ระเบิดด้าน แต่มันมีระบบนิรภัยไว้ด้วย มันจะระเบิดก็ต่อเมื่อมีการจุดระเบิดผ่านทางชนวนจุดระเบิดนี้ครับ"
"ต่อไปนี้ผมจะจุดระเบิดกับชนวนจุดระเบิดให้ท่านดู ขอให้ทุกท่านหลบไปจากพื้นที่ตรงนี้"
แล้วเขาก็จุดระเบิดผ่านทางชนวนนิรภัย และมันก็ระเบิดตูมขึ้นตามขั้นตอน
นี่เป็นการที่โนเบลต้องลงทุนสาธิตการขายด้วยตัวเองต่อสาธารณชนเพราะต้องการให้คนนำข่าวสารไปกระจายต่อได้ในวงกว้างและรวดเร็ว
โนเบลขยันนำระเบิดออกไปตระเวนแนะนำและจุดให้คนดู ใช้ระยะเวลาหนึ่งคนก็ไว้ใจ และคำพูดปากต่อปากนั้นไปเร็วนัก ระบบจุดระเบิดที่ปลอดภัยไดนาไมต์ของโนเบลได้ผลดีเกินคาด
โนเบลใช้ระบบขายตรง เขาเดินพกระเบิดใส่กระเป๋าเสื้อนอกเสมอ แม้แต่เข้าประชุมที่มีคนอยู่กันเต็มห้อง เขาก็ควักระเบิดออกมาทุบลงไปบนโต๊ะจนคนอกสั่นขวัญหายกันทั้งห้อง แล้วก็โฆษณาแนะนำในทำนองเดียวกัน
ในที่สุดคนก็ไว้ใจระบบนิรภัยในการจุดระเบิดไดนาไมต์ที่ผลิตโดยโรงงานของ อัลเฟรด โนเบล
เรื่องนี้จะเห็นว่าสินค้าบางอย่างหากมีการนำเสนอที่เหมาะสมก็ย่อมให้ผลในความน่าเชื่อถือ
แต่สำหรับภาพลักษณ์ของ อัลเฟรด โนเบล นั้นคนส่วนหนึ่งมองเขาว่าเป็นผู้ผลิตอาวุธที่ทำลายล้างชีวิตมนุษยชาตินั้นก็ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยากจะลบเลือนไปได้ และทัศนคตินี้เองที่เป็นภาพหลอนต่อ อัลเฟรด โนเบล
จนถึงบั้นปลายของชีวิตจึงหาทางออกในความรู้สึกนี้โดยการเขียนพินัยกรรมตั้งรางวัลโนเบลตอบแทนให้กับผู้ที่คิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ซึ่งกลายมาเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ของโลกมาจนกระทั่งปัจจุบัน
เส้นทางของระเบิดที่มาเกี่ยวพันกับมนุษยชาติยังมีความขัดแย้งกันอยู่ เรื่องทุกอย่างต้องมองสองด้าน ขณะที่ส่วนหนึ่งนำระเบิดไปใช้สังหารกันในสนามรบฆ่าคนกันมากมาย แต่เพราะการใช้ระเบิดไดนาไมต์ของโนเบลไม่ใช่หรือ...ที่ทำให้ ขุดคลองปานามาได้สำเร็จ
นับตั้งแต่ปี 1901 มาจนถึงปี 2017 คือปีนี้มีการมอบรางวัลโนเบลไปแล้ว 923 ราย ซึ่งรวมทั้งคนและองค์กร
ในการมอบรางวัลโนเบลได้มีการบันทึกและปรับปรุงสถิติไว้เสมอ มีสถิติบางหัวข้อน่าสนใจ
เช่น ผู้ได้รับรางวัลโนเบลอายุน้อยที่สุดคือ 17 ปี เป็นหญิงปากีสถาน ชื่อ Malala Yousafzai ที่ต่อสู้เพื่อให้เด็กได้รับสิทธิในการศึกษา ซึ่งได้รับรางวัลในสาขาสันติภาพเมื่อปี 2007
ส่วนผู้ได้รับรางวัลโนเบลอายุมากที่สุดเป็นชายอายุ 90 ปี ชื่อ Leonid Hurwicz ชาวรัสเซียแต่ไปอยู่ที่อเมริกา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของทีมงานที่ร่วมกันออกแบบทฤษฎีการขับเคลื่อนทางเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2007 เช่นกัน
สำหรับเงินรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์นั้น ไม่ได้มีอยู่ในหมวดรางวัลที่ อัลเฟรด โนเบล ตั้งไว้ตั้งแต่แรก แต่เพิ่งมาบรรจุรวมไว้เมื่อปี 1969 คือหลังจากมีการตั้งรางวัลโนเบลขึ้นมาแล้ว 69 ปี
โดยผู้ออกเงินรางวัลในส่วนนี้คือ Sveriges Riksbank คือ ธนาคารชาติสวีเดน
เป็นรางวัลโนเบลพียงสาขาเดียว ที่ไม่ได้มาจากเงินในกองทุนรางวัลของ อัลเฟรด โนเบล แต่ประการใด
(อ่านต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)







