
ไทยดำรำพัน
เสียงเพลง "สิบห้าปี ที่ไตเฮาห่างแดนดิน..." ถ้าคนในรุ่นสูงวัยหรือห้าสิบอัพ ต้องรู้จักเพลงนี้ เพราะดังมาก
โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
เสียงเพลง "สิบห้าปี ที่ไตเฮาห่างแดนดิน..." ถ้าคนในรุ่นสูงวัยหรือห้าสิบอัพ ต้องรู้จักเพลงนี้ เพราะดังมาก ช่วงนั้นผมยังอยู่ที่ชายแดน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งไทยดำนั้นคือชาวเขาเผ่าขมุ นั่นเอง ชนชาวเขาเผ่าขมุมีภาษาเป็นของตัวเอง ซึ่งเราท่านฟังไม่เข้าใจเลยครับ เพราะไม่มีรากศัพท์ใดๆ ใกล้เคียงกับภาษาไตหรือไทยใหญ่เลย
ชนกลุ่มนี้จะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือ ขยัน อดทนมาก เรียกว่าแรดเรียกพี่เลยครับ พวกเขาไม่ว่าจะหญิงหรือชายจะใช้วิธีเดินเท้ามาจากดินแดนห่างไกลจากเมืองห้วยทรายมาที่เชียงของ เพื่อมาจับจ่ายสินค้าไปบริโภค บ้างก็เดินเท้ามาเพื่อหางานทำ เขาจะทำทุกอย่างแม้กระทั่งงานแม่บ้าน หรืองานหนักๆ ก็เอาเบาก็สู้ ไม่เคยเกี่ยง เวลาชนกลุ่มนี้ข้ามแดนมา เราต้องถามเขาก่อนว่าจะมาซื้อของหรือหางานทำ สินค้าที่เขานิยมซื้อมากๆ คือ ตะปู เหล็กเส้น ซึ่งเหล็กเส้นเล็กๆ เขาจะซื้อเอาไปตัดแล้วทุบทำลูกกระสุนปืน ไว้ล่าสัตว์ ตะกั่ว ดินประสิว เพื่อเอาไปทำดินปืนไว้ล่าสัตว์เช่นกัน
ถ้ากลุ่มนี้มาจะเป็นลูกค้าที่ร้านพี่สาวผม "ร้านจังเลี่ยงฮง" ตรงๆ เลยครับ และสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ เช่น นมข้นหวานตราแหม่ม ตรามะลิ ตราห่าน เขาจะเอาไปเลี้ยงเด็ก น้ำหวาน น้ำตาลทรายขาว ผงชูรส ซึ่งเป็นสินค้าที่สารพัดประโยชน์จริงๆ เพราะนอกจากจะเอาไปบริโภคแล้ว เวลาเป็นแผลสดๆ เขาจะใช้ผงชูรสไปห้ามเลือดได้อย่างชะงัดมาก จึงเป็นสินค้าจำเป็นต้องซื้อของชนชาวขมุ
สินค้าอีกตัวที่เราคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสินค้าสำคัญคือ "น้ำอ้อย" หรือน้ำตาลปึกครับ ที่เขาต้องซื้อ เพราะเวลาเดินป่า ไม่มีน้ำแข็ง ให้ดื่มแก้กระหายน้ำ เขาจะใช้น้ำอ้อยหรือน้ำตาลปึกนี่แหละครับ นำมา กัดกินทีละนิด สามารถแก้ปัญหาร้อนและกระหายน้ำได้อย่างดีครับ นอกจากนี้เกลือกระสอบๆ ก็ขายดีเช่นกันครับ ในยุคนั้นทางร้านพี่สาว ผมจะสั่งมาขายเป็นคันรถสิบล้อเลยครับ เกลือจะบรรจุกระสอบป่าน มา กระสอบละสิบกิโล ส่งตรงมาจากชลบุรีหรือมหาชัย แม่กลองนี่แหละครับ ขายดีมากๆ เพราะทุกคนจะต้องซื้อกลับบ้านไปบริโภคกันครับ สังกะสีแผ่นก็ขายดีครับ ชาวเขาเหล่านี้ ถ้าใครมีฐานะหน่อยปลูกบ้านต้องใช้สังกะสีมุงหลังคา เพื่อแสดงถึงฐานะของตัวเองครับ ปูนซีเมนต์ น้ำอัดลมก็ขายดี แต่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ค่อยจะได้ขายให้ลูกค้าระดับปลีก มากนัก โดยมากจะเป็นผู้ค้าขายที่มีร้านเท่านั้นที่จะซื้อครับ ส่วนสินค้าประเภทเสื้อผ้ากันหนาว พี่สาวผมจะซื้อเอาผ้าสำลีหนาๆ มาเป็นไม้เลย แล้วเอามาตัดเอง แล้วจ้างน้าตะรากับลูกสาวชื่อพี่นารีที่อยู่ในหมู่บ้าน พอจะมีฝีมือเย็บผ้าช่วยกันเย็บให้ ความสวยงามไม่ต้องพูดถึงครับ แค่กันหนาวได้ก็ขายได้แล้วครับ ผมจำได้ว่าชนชาวขมุจะชื่นชอบ ผ้าลายสก๊อตสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงจะชอบผ้าลายดอกสีสันแดงลายเข้าใว้ ขายดีมากเลยครับ ผ้าห่มก็เช่นกันครับ พี่สาวผมจะซื้อไส้ผ้าห่มนวมมา ส่วนปลอกผ้าห่มก็จะเอาผ้าสำลีมาตัดเย็บ เช่นเคยครับ พี่สาวผมตัดเอง เย็บก็น้าตะรากับพี่นารีสองแม่ลูกอีกเช่นเคยครับ ราคาย่อมเยาแต่กำไรงามครับ
พูดถึงแรงงานชาวขมุ ที่มาทำงานที่เชียงของ ที่ร้านพี่สาวผมก็ จ้างมาทำงานบ้านเช่นกัน มีอยู่คนชื่อ "อ้าย" น่ารักมาก ขยัน อดทน ไม่เรื่องมาก ใช้ทำอะไรก็ทำหมด เช้าๆ ก็ช่วยกันขนสินค้าใส่รถเข็น เพื่อส่งไปที่ท่าเรือข้ามฟาก ตกค่ำทานข้าวเสร็จก็ช่วยกันแพ็กสินค้า เตรียมส่งตอนเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่เขยผมใช้อ้ายไปซื้อกาแฟที่ร้านมิตรปราณีโภชนาของเจ้ฮวย ในยุคนั้นเวลาไปซื้อกาแฟต้องเอาแก้วไปใส่ ไม่มีบริการใส่ถุงพลาสติกให้หรอกครับ พอซื้อเสร็จ อ้ายก็เดินกลับมา คงเดินนอกเส้นทางไปนิด พี่เขยผมพอจะรู้ทัน เลยถาม อ้ายว่า "อ้าย กาแฟหวานมั้ย" เจ้าอ้ายก็พาซื่อ รีบตอบไปว่า "ขมครับ" แค่นั้นแหละ กาแฟแก้วนั้นต้องยกให้อ้ายเอาไปกินเลย เพราะเขาแอบดื่มไปก่อนแล้วครับ







