
ปปช.อยู่ครบวาระ กรธ.เตือนก่อวิกฤต
สนช.เห็นชอบให้ ป.ป.ช. 9 คน อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ กรธ.เตือนเป็นเงื่อนไขสร้างวิกฤต
สนช.เห็นชอบให้ ป.ป.ช. 9 คน อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ กรธ.เตือนเป็นเงื่อนไขสร้างวิกฤต
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของ สนช.พิจารณาเสร็จแล้วอย่างดุเดือด ภายหลังตัวแทนจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เห็นด้วยกับคณะ กมธ.เสียงข้างมากที่เห็นชอบให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันทั้ง 9 คน ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ
นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการ กรธ.ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของมาตรา 178 คือ การไปกำหนดให้บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระมาก่อน และดำรงตำแหน่งในอดีตไม่ถึงระดับอธิบดียังสามารถเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ต่อไปได้ จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะทั้งสองเรื่องเป็นบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กำหนดเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเอาไว้ ดังนั้นถ้า สนช.ลงมติเห็นชอบไปตามนี้ จะเท่ากับเป็นการให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมายกเว้นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวชี้แจงว่า การพิจารณามาตรา 178 เราไม่ได้พิจารณาว่าบทเฉพาะกาลนี้จะเป็นไปเพื่อรองรับใคร ยืนยันว่าคณะ กมธ.ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแล้ว และคิดว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป น่าจะสามารถช่วยประเทศชาติได้ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่าน
ทั้งนี้ ที่ประชุม สนช.ไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 178 โดยยังคงให้เป็นไปตามเนื้อหาที่คณะ กมธ.วิสามัญฯ เสียงข้างมากแก้ไข แต่ได้ตัดบทบัญญัติที่ให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการดักฟังโทรศัพท์ได้ออกไป ภายหลังสมาชิก สนช.แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง
จากนั้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้สั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 18.00 น. และนัดประชุมเพื่อลงมติร่างกฎหมายทั้งฉบับ 193 มาตรา ในวันที่ 25 ธ.ค.ต่อไป







