posttoday
มาร์เก็ตแคปIPOพุ่ง

มาร์เก็ตแคปIPOพุ่ง

20 ธันวาคม 2560

ตลท.ยันปีนี้มาร์เก็ตแคปรวมจบที่ 17.5 ล้านล้าน ส่วนหุ้นไอพีโอสร้างสถิติใหม่ 4.2 แสนล้าน เคยสูงสุด 3.5 แสนล้าน

ตลท.ยันปีนี้มาร์เก็ตแคปรวมจบที่ 17.5 ล้านล้าน ส่วนหุ้นไอพีโอสร้างสถิติใหม่ 4.2 แสนล้าน เคยสูงสุด 3.5 แสนล้าน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปีนี้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) น่าจะอยู่ที่ 17.5 ล้านล้านบาทได้ เป็นการเติบโตจาก 2 ส่วน คือ การที่ราคาหุ้นปรับขึ้นและมาร์เก็ตแคปหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เพิ่มขึ้น โดยปีนี้มาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง ตลท.มา คือ 4.2 แสนล้านบาท จาก 42 บริษัท จากที่เคยมีมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอสูงสุดถึง 3.5 แสนล้านบาท จาก 30-40 บริษัท

ทั้งนี้ มาร์เก็ตแคป 4.2 แสนล้านบาทนั้น ได้รวมหุ้นไอพีโอและกองทรัสต์ที่เป็นการลงสินทรัพย์ในต่างประเทศ และจะมีการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 26-27 และวันที่ 28 ธ.ค.นี้

ขณะที่ปีหน้าเชื่อว่า มาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในมุมมองเดิม คือ 2.8 แสนล้านบาท จากบริษัทที่คาดว่าจะอยู่ที่ 30 แห่ง หรือหากรวมตลาดรองแล้วจะรวมกันเป็น 5.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้จะรวมถึงกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์สฟันด์ที่คาดว่าจะมีการจดทะเบียนเข้า SET ได้ภายในครึ่งปีแรก โดยมีมูลค่าระดมทุน 3-4 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี ปีหน้าอาจจะมีกองทรัสต์ที่เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจาก สปป.ลาว เข้ามาจดทะเบียนใน SET เป็นลำดับแรก ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงการคลัง

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนความน่าสนใจของหุ้นไอพีโอปีนี้ คือ มาร์เก็ตแคปที่เกิดจากหุ้นใหม่ที่เข้ามา ไม่ได้เกิดจากการเข้าจดทะเบียนกองทุนรีท หรือกองทุนโครงการสร้างพื้นฐานอย่างที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ปีนี้ยังเป็นปีที่สัดส่วนนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายบุคคลมีความใกล้เคียงกันที่ 50% และเป็นระดับที่ ตลท.อยากเห็นมาโดยตลอด จากก่อนหน้านี้สัดส่วนนักลงทุนรายบุคคลได้เริ่มปรับลดสัดส่วนลงมาต่อเนื่องจาก 60% จนปีนี้ลงมาเหลือ 50% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดจากการที่นักลงทุนรายบุคคลซื้อลดลง และปีนี้นักลงทุนสถาบันมีความสนใจซื้อหุ้นไทยมาก แต่เชื่อว่าถ้าปีหน้าหากตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก ก็มีโอกาสที่สัดส่วนนักลงทุนรายบุคคลจะกลับมาเพิ่มขึ้นกว่าระดับปัจจุบัน

"ตลท.พยายามทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทยได้เข้าไปสู่สายตาบนเวทีโลกให้มากขึ้น เพราะจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ บจ.ไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันมากขึ้น สิ่งที่พยายามทำ คือ ต้องทำให้ บจ.มีคุณภาพและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย" นายภากร กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นไทยปีหน้า มองว่ามีทิศทางที่ดี เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจประเทศที่เติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง จากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามภาพของการลงทุนเอกชนและการบริโภคในประเทศฟื้นตัว โดยปัจจัยลบอาจมีความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ และปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งความไม่สงบในตะวันออกกลางและปัญหาคาบสมุทรเกาหลี

อย่างไรก็ดี ปีนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน แต่หากรวมเงินบาทที่แข็งค่าจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศได้ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยถึง 20% เป็นผลทำให้นักลงทุนต่างชาติมีการขายกำไรตลาดหุ้นไทยไป

ด้านราคาหุ้นบริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ (CPT) ที่เข้าซื้อขายวันแรกใน SET วานนี้ปิดต่ำกว่าราคาจอง วันนี้ปรับตัวขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.92% มาปิดที่ 2.12 บาท แต่ก็ยังไม่พ้นราคาจองที่ 2.30 บาท

นายสมศักดิ์ หลิมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPT กล่าวว่า บริษัทจะเร่งแผนรุกขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในทุกกลุ่มธุรกิจเพิ่ม เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานในปี 2561 ทั้งรายได้และกำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

ผู้บริหาร CPT ยืนยันจะไม่ขายหุ้นออกมา เนื่องจากมีความเชื่อมั่นถึงทิศทางการดำเนินงานที่มีโอกาสเติบโตตามการค้าการลงทุนทั้งจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก