
Smart Home ตอบโจทย์ยุคมิลเลนเนียล
อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด([email protected])ต้องยอมรับว่ากลุ่มผู้บริโภคที่ครองตลาดในยุคปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ก็คือ Gen M หรือคนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่มีอายุ 18-34 ปี และคน Gen M ก็ยังมีพฤติกรรมบริโภคแทบทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต และยังถูกเชื่อมโยงมาสู่ที่พักอาศัย โดย Gen M จะชื่นชอบบ้านที่สามารถทำงานได้อย่างอัจฉริยะนำเทคโนโลยีมาควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Smart Home ซึ่งถือว่ากำลังมาแรงน่าจับตาครับ
อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด([email protected])
ต้องยอมรับว่ากลุ่มผู้บริโภคที่ครองตลาดในยุคปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ก็คือ Gen M หรือคนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่มีอายุ 18-34 ปี และคน Gen M ก็ยังมีพฤติกรรมบริโภคแทบทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต และยังถูกเชื่อมโยงมาสู่ที่พักอาศัย โดย Gen M จะชื่นชอบบ้านที่สามารถทำงานได้อย่างอัจฉริยะนำเทคโนโลยีมาควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Smart Home ซึ่งถือว่ากำลังมาแรงน่าจับตาครับ
ในมุมของผู้ประกอบการอสังหาฯ เองก็มีหลายรายที่เริ่มจับเทรนด์ของ Gen M และเริ่มปรับรูปแบบของที่พักอาศัยที่จะนำเสนอสู่ลูกค้าให้มีความเป็น Smart Home แฝงอยู่ แม้จะไม่เต็มรูปแบบ เช่น การที่เราเริ่มเห็นคอนโดหลายๆ แห่งเริ่มใช้ระบบ Keyless ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความคล่องตัวในการไขกุญแจบ้านด้วยรหัสที่กำหนดขึ้น หรือการปลดล็อกด้วยสมาร์ทโฟน การสแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม Smart Home ไม่ได้หมายเพียงแค่ที่อยู่อาศัยที่มีเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบ้านประหยัดพลังงานอย่างชาญฉลาด เช่น บ้านที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวลในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งบ้านที่ถูกออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยมีความสบาย อากาศถ่ายเทตลอดเวลา หรือบ้านที่ก่อสร้างด้วยผนังอิฐที่ถูกออกแบบให้ไม่กักเก็บความร้อน เป็นต้น
อย่างไรก็ดี เราจะเห็นว่ากว่าจะมาเป็น Smart Home ได้นั้นต้องผ่านกระบวนการออกแบบและก่อสร้างมาอย่างดี ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างสูงกว่าบ้านทั่วไป แต่หากเทียบต้นทุนของค่าก่อสร้างกับแนวโน้มราคาพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้นทุกปีนั้น จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการอสังหาฯ แม้จะมีต้นทุนของโครงการที่สูงกว่าคู่แข่ง หากแต่โครงการที่มีนวัตกรรมก็สามารถเปิดตัวได้ในราคาที่สูงกว่าโครงการทั่วไป แม้ว่าโครงการเหล่านั้นจะไม่ได้ถูกออกแบบตัวโครงสร้างให้อยู่ในรูปแบบ Smart Home แต่ผู้ประกอบการเองก็สามารถนำนวัตกรรมเข้าไปเพิ่มมูลค่าให้โครงการได้ เช่น การติดตั้ง Intelligent Night Light ระบบไฟอัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกในยามวิกาล หรือการนำแอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้ในการให้บริการหลังการขาย เป็นต้น ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Amazon และ Google ก็ต่างมาเข้าแข่งขันกันในตลาดสมาร์ทโฮมด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังมองว่า Smart Home ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นและไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับตัวบ้านสำหรับทุกคน แต่สำหรับกลุ่มมิลเลนเนียลที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล และกำลังจะกลายมาเป็นกลุ่ม ผู้ซื้อที่สำคัญในตลาดที่อยู่อาศัยอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากผู้พัฒนาอสังหาฯ ท่านไหนที่ปรับตัวรับมือได้เร็วกว่า และสามารถสร้าง Living Experience ให้กับคนกลุ่มนี้ที่แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ย่อมได้เปรียบก่อนคู่แข่งแน่นอนครับ







