posttoday
ถึงวันนี้พอร์ตของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

ถึงวันนี้พอร์ตของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

05 ตุลาคม 2553

....จิตรา อมรธรรม

แม้ว่าวันที่ 4 ต.ค. หุ้นไทยจะปรับตัวลง 14 จุด (1.5%) สวนทางตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน แต่หากเทียบกับดัชนีสิ้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย โดยปรับเพิ่มขึ้น 31% YTD รองจากอินโดนีเซีย (+41% YTD) และฟิลิปปินส์ (+37% YTD) และค่าเงินบาทก็ยังแข็งค่าต่อเนื่อง โดยปิดที่ระดับ 30.16 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าถึง 3.18 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือ 9.5% จากสิ้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติกลับยังมั่นใจกับตลาดไทยโดยการซื้อสุทธิสูงถึง 3,570 ล้านบาท ขณะที่ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิขายคนละกว่า 1,000 ล้านบาท

จนถึงวันนี้พอร์ตของนักลงทุนเป็นอย่างไรบ้างคะ วันนี้ดิฉันขอสรุปภาพตลาดหุ้นในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นการเทียบเคียงว่าแต่ละท่านลงทุนได้ชนะตลาดหรือไม่ SET Index ณ สิ้นไตรมาส 3/2553 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2553 ผลักดันด้วยเม็ดเงินจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิถึง 58,907 ล้านบาท เทียบกับในช่วงครึ่งปีแรกที่ยังเป็นขายสุทธิ 17,327 ล้านบาท (ทำให้งวด 9 เดือนแรก เป็นยอดซื้อสุทธิ 41,580 ล้านบาท) กลุ่มที่ปรับตัวบวกมากที่สุดในไตรมาส 3/2553 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Domestic Plays ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มบันเทิง และกลุ่มธนาคาร

1.กลุ่มค้าปลีก +41.7% QQ นำโดย GLOBAL (+91%) BJC (+77%) HMPRO (+55%) ROBINS (+48%) CPALL (+47%) LOXLEY (+38%)

2.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ +38.6% QQ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มรับเหมา ตามด้วยนิคมอุตสาหกรรม แล้วจึงเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัย NWR (+136%) NPARK (+100%) STEC (+93%) AMATA (+92%) ITD (+74%) CNT (+71%) CK (62%) PAE (+56%) TTCL (54%) SEAFCO (43%), SC (+40%) LH (40%) AP (+36%) PS (35%)

3.กลุ่มบันเทิง +31.9% QQ นำโดย LIVE (+283%) NMG (+85%) WORK (+58%) MAJOR (+54%) BEC (+41%) MCOT (+28%)

4.กลุ่มธนาคาร +29.7% QQ นำโดย TMB (+73%) ICBCT (+68%) KK (+43%) TCAP (+42%) KTB (+35%) TISCO (+35%) KBANK (+29%) BAY (+29%) SCB (+27%)

5.กลุ่มปิโตรเคมี +27.7% QQ นำโดย TCCC (+45%) VNT (+37%) TCB (+29%) PTTCH (+29%) IVL (+28%)

6.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง +24.9% QQ นำโดย CCP (+187%) CEN (+150%) TASCO (+75%) VNG (+40%) SCC (+27%)

7.กลุ่มโรงพยาบาล +23.5% QQ นำโดย BGH (+35%) KH (+30%) SKR (+26%)

ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวบวกน้อยกว่าตลาด (Underperform) ในไตรมาสที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหารส่งออก และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ External demand/Commodity เช่น กุล่มพลังงาน กลุ่มเกษตร กลุ่มเรือ เป็นต้น

1.กลุ่มเกษตร +4.3% QQ หุ้นที่ underperform ที่สุดนำโดย STA (75%) GFPT (14%) ASIAN (13%)

2.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ +7.7% QQ

3.กลุ่มพลังงาน +14.5% QQ หุ้นที่ปรับตัวบวกมากสุด ได้แก่ SUSCO (+41%) AKR (+38%) SGP (+35%) TTW (+28%) ส่วนหุ้นที่ Underperform ที่สุดได้แก่ IRPC (+0.5%) ESSO (+3%) RATCH (+6%)

4.กลุ่มโลจิสติกส์ +20.3% QQ โดยที่กลุ่มเรือทั้ง PSL TTA JUTHA ASIMAR เป็นหุ้นที่ Underperform ที่สุด เรือที่ยังปรับขึ้นได้ดีมีเพียง RCL (+13%) ขณะที่ THAI ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด (+63%) ตามด้วย AOT (22%)

การลงทุนในระยะถัดไป ดิฉันยังเชื่อว่าดัชนีตลาดยังปรับสามารถซิกแซ็กขึ้นไปต่อได้ด้วยเม็ดเงินของต่างชาติที่อาจแผ่วลงตั้งแต่ปลายเดือนจนถึงสิ้นปี แต่จะทดแทนได้จากกองทุนในประเทศจากการซื้อ LTF และ RMF กลุ่มที่โดดเด่นจะเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Investment Cycle ได้แก่ กลุ่มรับเหมา วัสดุก่อสร้าง และธนาคาร เสริมทัพด้วยกลุ่มพลังงานเฉพาะที่ Laggard และคาดว่าผลประกอบการจะออกมาดีเช่น PTTEP BANPU

ต้นทุนดัชนีของต่างชาติในไตรมาส 3/2553 ที่เริ่มกลับมาทยอยซื้อเท่ากับ 895 จุด เทียบกับดัชนีปิดวันที่ 4 ต.ค. ที่ 964.22 จุด คิดเป็นกำไร 8% รวมกับกำไรจากการแข็งค่าของเงินบาทเฉพาะในไตรมาส 3/2553 อีก 7% รวมเป็น 15% เป้าหมายเบื้องต้นในการขายทำกำไรของต่างชาติน่าจะอยู่ที่ระดับ 9951,010 จุด หรืออีก 35% จากระดับดัชนีปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงในระยะนี้มีเพียงปัจจัยในประเทศ คือ คดีเงินบริจาค 29 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลประมาณปลายเดือน ต.ค.พ.ย. (กรณีแย่สุดมีทางออกโดยตั้งพรรคใหม่รองรับ) และมาตรการดูแลค่าเงินบาทของ ธปท. ที่เชื่อว่าจะพุ่งเป้าไปที่ตลาดพันธบัตรมากกว่าตลาดหุ้น ปัจจัยเสี่ยงที่ว่าจึงไม่มากถึงขนาดที่จะทำให้ตลาดหุ้นกลับทิศเป็นขาลง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ