posttoday
ชงแผนเอฟทีเอตลาดใหม่

ชงแผนเอฟทีเอตลาดใหม่

15 ธันวาคม 2560

พาณิชย์จัดทำแผนเจรจาเอฟทีเอกับประเทศใหม่ เจาะยูเรเชีย ศรีลังกา บังกลาเทศ อิสราเอล

พาณิชย์จัดทำแผนเจรจาเอฟทีเอกับประเทศใหม่ เจาะยูเรเชีย ศรีลังกา บังกลาเทศ อิสราเอล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รอง อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมากระทรวงพาณิชย์เพื่อมอบนโยบายการทำงานและติดตามความคืบหน้าการทำงานนั้น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะนำเสนอกรณีการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศใหม่ๆ เช่น สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ อีเออียู (รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน) ศรีลังกา บังกลาเทศ อิสราเอล เป็นต้น เพื่อขยายการค้าการลงทุนของไทย ไปยังประเทศเหล่านี้ให้มากขึ้น รวมถึงลดปัญหาและอุปสรรคระหว่างกันด้วย

ทั้งนี้ สาเหตุที่จะจัดทำเอฟทีเอกับประเทศดังกล่าวเป็นเพราะมีกำลังซื้อสูง มีประชากรมากกว่า 120 ล้านคนขึ้นไป ต้องการสินค้าจากไทยและยังเป็นประเทศเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอีเออียูที่มีประชากรกว่า 180 ล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทั้งศรีลังกาและบังกลาเทศก็เป็นประเทศในเอเชียใต้ที่ไทยควรเปิดตลาดให้มากขึ้น ส่วนอิสราเอลก็มีกำลังซื้อสูงและต้องการสินค้าไทย

ด้านเอฟทีเอไทย-อีเออียู นั้น ไทยได้ยื่นข้อเสนอให้อีเออียูรับพิจารณาแล้ว คาดว่าน่าจะตอบกลับมาไทยได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนศรีลังกาศึกษาความเป็นไปได้ของการทำเอฟทีเอใกล้เสร็จแล้ว ขณะที่บังกลาเทศ และอิสราเอลอยู่ระหว่างการศึกษา น่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำเอฟทีเอกับตุรกี ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปี 2561 และเอฟทีเอไทย-ปากีสถาน ตั้งเป้าหมายให้เสร็จภายในปีนี้

สำหรับนโยบายการทำงานที่นายสมคิดได้เคยมอบให้ไว้ในส่วนของการเจรจาจัดทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์นั้น ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับนานาประเทศในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งแก้ปัญหาและอุปสรรคระหว่างกัน เช่น เจรจาในกรอบความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เช่น อาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจซี) หรืออย่างสหรัฐ จะเจรจาภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ (ทิฟา) เป็นต้น ส่วนใหญ่การเจรจาได้รับการตอบสนองที่ดีจากทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม กรมจะปรับปรุงแผนการเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ใหม่โดยจะหารือกับภาคเอกชนเพิ่มเติม ตามนโยบายของนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จากเดิมที่กรมมีแผนการเจรจาไว้แล้ว โดยมีทั้งรายชื่อประเทศเป้าหมาย สินค้าเป้าหมายที่ทั้งไทยและประเทศนั้นๆ ต้องการความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างกัน เป็นต้น โดยการหารือเพิ่มเติมกับภาคเอกชนเพื่อจะได้ทราบความต้องการที่แท้จริงก่อนนำมาสรุปเพิ่มเติมในแผนการเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพื่อทำให้การเจรจามีประสิทธิภาพและบรรลุความต้องการของภาคเอกชน

นางอรมน กล่าวว่า ตามที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ได้สั่งการ ให้กรมเตรียมการกรณีคณะมนตรีการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ได้ส่งสัญญาณพร้อมรื้อฟื้นการเจรจา เอฟทีเอไทย-อียู ซึ่งหยุดชะงักตั้งแต่ ปี 2557 ในช่วงที่การเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูหยุดชะงัก กรมได้ติดตามพัฒนาการสำคัญของอียูมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการค้าและการลงทุนของ อียู การจัดทำเอฟทีเอหรือข้อตกลง ทางการค้าของอียูกับประเทศต่างๆ รวมถึงกรณีที่อังกฤษขอแยกตัวออกจากอียู (Brexit)

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไปเพื่อเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทย กรมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน โดยจะเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหารือในเรื่องนี้ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และพิจารณาท่าทีของฝ่ายไทยอย่างรอบคอบและรอบด้าน ทั้งในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์สำคัญของไทย เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ รวมถึงประเด็นที่มีความอ่อนไหว เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรยา และการคุ้มครองพันธุ์พืช เป็นต้น ซึ่งไทยต้องเตรียมการอย่างรอบคอบเพื่อให้การเจรจาที่จะเกิดขึ้นเกิดประโยชน์สูงสุด

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก