posttoday
เงื่อนงำการตาย ของนายจาง

เงื่อนงำการตาย ของนายจาง

17 ธันวาคม 2560

ในบรรดาเรื่องราวที่แหล่งข่าวชาวเกาหลีเหนือผู้หนีพ้นออกมาจากการปกครองเผด็จการตระกูลคิมได้เล่าให้เราฟังนั้น

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]

ในบรรดาเรื่องราวที่แหล่งข่าวชาวเกาหลีเหนือผู้หนีพ้นออกมาจากการปกครองเผด็จการตระกูลคิมได้เล่าให้เราฟังนั้น มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้นักข่าวต่างชาติทุกคนต้องคิดหนักว่า ควรจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือไม่ และจะเขียนอย่างไรถึงจะเป็นการเขียนที่สร้างสรรค์ได้ เพราะเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้พิสูจน์ และที่สำคัญมัน หมิ่นเหม่ต่อศรัทธาและความเชื่อในความดีงามของมนุษย์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้

ดังนั้น จึงขอบอกกล่าวกันก่อนว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ได้มาจากแหล่งข่าวโดยตรงและเขียนขึ้นมาจากเนื้อความเดิมของการสัมภาษณ์ โดยที่ผู้เขียนมิได้ต่อเติมเสริมแต่ง หรือคาดเดาใดๆ ทั้งสิ้น จะมีก็แต่การตัดเรื่องที่ควรต้องเซ็นเซอร์ออกไปบ้างเท่านั้น หาไม่แล้วผู้เขียนอาจต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่...แหล่งข่าวให้ข้อมูลที่ตนเองได้เฝ้าติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ในเกาหลีเหนือหลังจากที่เขาหนีออกมาแล้วโดยมิได้เปิดเผยว่าได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากที่ใด เขายังคงมีสายโยงใยถึงภายในเกาหลีเหนือหรือไม่ อาจเป็นเพียงการวิเคราะห์เหตุแวดล้อมของเขาเอง หรืออาจมาจากคำบอกเล่าของผู้แปรพักตร์คนอื่นๆ ที่เข้าเกาหลีใต้มาในช่วงปีหลังๆ นี้ก็ได้...ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ท่านผู้อ่านตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของท่านเอง ว่า เรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน

สัปดาห์ก่อนเราโยงเรื่องราวของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือกับอดีตกษัตริย์โชซอนที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน คือ การเข่นฆ่าข้าเต่าเก่าเลี้ยงของบิดาและญาติพี่น้องของตนเอง...แต่ทว่า ยิ่งน่าประหลาดใจมากขึ้นเมื่อทั้งสองคนมีมูลเหตุจูงใจเหมือนกันอีก คือ ความต้องการ รักษาอำนาจและสิทธิในการปกครองเหนือดินแดนที่ได้รับสืบทอดบัลลังก์มา...

หลังจากที่ คิมจองอึน ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เขามีพฤติกรรมหลายอย่างที่บ่งบอกว่า กำลังวางรากฐานอำนาจให้แก่ตนเอง ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า เป้าหมายของผู้นำอายุน้อยคนนี้ไม่ได้ต้องการเป็นแค่ผู้นำในประเทศสังคมนิยมเท่านั้น แต่เขาต้องการเปลี่ยนเกาหลีเหนือให้ปกครองแบบกษัตริย์สมัยโบราณที่เป็นเผด็จการอำนาจเบ็ดเสร็จในตัวคนคนเดียว ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่อาจเป็นอุปสรรคขวางเส้นทางเดินสู่ราชบัลลังก์จะต้องถูกกำจัดออกไป และจะต้องรวบอำนาจทางการเงินของประเทศไว้กับตัวเองให้ได้ จึงเป็นเหตุให้ "นายจางซองแท๊ก" อาเขยของผู้นำ และคนในครอบครัวผู้ที่เกี่ยวพันทางสายเลือดที่มีตำแหน่งสำคัญ ลูกหลาน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้งคนสนิทของนายจาง ร่วมหลายสิบคนต้องจบชีวิตลง และออกแถลงการณ์ประณามนายจางโดยใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยามประณามอย่างเลวร้ายที่สุด

เมื่อย้อนดูอดีต "จางซองแท๊ก" เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่งในเกาหลีเหนือ เนื่องจากเขาแต่งงานกับ "นางคิมคยองฮี" บุตรสาวของ "คิมอิลซอง" ท่านบิดาผู้สถาปนาเกาหลีเหนือ นายจางจึงเป็นน้องเขยที่ทำงานให้ "คิมจองอิล" ผู้นำคนที่สอง มานานจนเป็นที่ไว้วางใจ และเคยได้เป็นถึงรองประธานคณะกรรมการกลาโหมแห่งชาติ...ระหว่างที่ คิมจองอิล ป่วยหนักในช่วงปี 2008 นายจางได้ทำหน้าที่หลายอย่างแทนผู้นำ และ คิมจอง อิล จากไปพร้อมฝากนายจางให้ช่วยดูแลให้ คิมจองอึน ขึ้นสู่บัลลังก์ผู้นำได้อย่างราบรื่น

หลังจากคิมจองอึนเป็นผู้นำคนใหม่ได้เพียง 2 ปี นายจางถูกกล่าวหาว่า "กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายการเมือง ต่อต้านพรรค มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงทางการเมือง สร้างความอ่อนแอให้แก่การปกครองประเทศ และความมั่นคงของประชาชน รวมทั้งขัดขวาง เศรษฐกิจของชาติ" ในขณะที่ลูกน้องคนสนิทของเขา ถูกประหารด้วยข้อกล่าวหาว่า ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ทางมิชอบ และ "มีความผิดฐานพยายามจัดตั้งฝ่ายการเมืองใหม่เพื่อล้มล้างระบอบปัจจุบัน" หลังจากนั้น รูปภาพต่างๆ ของนายจางได้ถูกลบออกไปจากเกาหลีเหนือ เหมือนไม่เคยมีคน คนนี้อยู่ที่นั่น...

ทว่า...นั่นคือสาเหตุของการถูกฆ่า ยกครัวของนายจางจริงหรือ...

แหล่งข่าวของเราได้เปิดเผยเงื่อนงำอันน่าสงสัยนี้ ว่า ที่นายจางต้องตายนั้น เพราะ คิมจองอึนโกรธเมื่อล่วงรู้ว่า มีการพูดคุยทางลับกับมหามิตรประเทศที่จะลดทอนอำนาจของตนเอง...นายจางซองแท๊ก เป็น ผู้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจและการค้าซึ่งควบคุมกระเป๋าเงินของประเทศ รวมทั้งนโยบายทางด้านการพัฒนาตลาดการค้า เขามีแนวโน้มที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรวมทั้งเป็นผู้กุมนโยบายการพัฒนาประเทศร่วมกับจีนด้วย...จึงเข้าตาผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่างจีนที่ได้มุ่งหน้าสู่เศรษฐกิจการค้าพัฒนาประเทศไปก่อนนานแล้ว เรียกว่า "คุยกันรู้เรื่อง"

พูดมาถึงตอนนี้ แหล่งข่าวก็หันมามองผู้เขียน (เชกา) ที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางถามว่า... "ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข แต่มีคณะรัฐบาลบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตยใช่ไหมล่ะ"...เชกาพยักหน้าและมองไปรอบๆ ตัว (ทำไมถามเราหว่า)... จริงแฮะ...ในกลุ่มนักข่าว 9 ประเทศที่มาทำงานนี้ มีไทยเท่านั้นที่ยังมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข นอกนั้น ผู้นำสูงสุดเป็นประธานาธิบดีบ้าง นายกรัฐมนตรีที่สถานะเท่าเทียมกษัตริย์บ้าง รู้สึกภูมิใจขึ้นมาเลย...

"หลังจากที่ คิมจองอิล ลาจากโลกไปแล้ว มหามิตรประเทศจีน ได้มีการปรึกษาทางลับกับนายจางซองแท๊ก ว่า อย่าปล่อยให้ คิมน้อยบริหารประเทศเลย ให้เป็นผู้นำแต่ในนามเถอะ ส่วนการบริหารให้นายจางทำเองเหมือนเป็นนายกรัฐมนตรี" ...เป็นคำพูดของแหล่งข่าวค่ะ มิใช่ของเชกา ขอเน้นชัดๆ...ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของเกาหลีเหนือเลยทีเดียวหากทำสำเร็จ เกาหลีเหนืออาจต้องเปิดประเทศกลายเป็นเศรษฐกิจนำสังคมนิยมแบบจีน หรือเวียดนาม ไปเลยก็ได้

แต่...ระเบิดลงสิคะ...หลังจากคิมน้อยรู้เข้าจะปล่อยให้นายจางมีชีวิตรอดหรือ...

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก