
แวดวงธุรกิจภูธร
แจงอีเอชไอเอโรงไฟฟ้าเทพา
แจงอีเอชไอเอโรงไฟฟ้าเทพา
โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากำลังเป็นเรื่องร้อน กระแสคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ ศานิต นิยมาคม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงเรื่องนี้ว่า หลังจาก กฟผ.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญจัดทำอีเอชไอเอเสร็จเรียบร้อย กฟผ.ก็ได้ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า การจัดทำรายงานอีเอชไอเอ
ใช้ระยะเวลาตามขั้นตอนครบถ้วนรอบคอบประมาณ 1 ปี 10 เดือน โดยเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการตั้งแต่ต้น รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นให้สาธารณชนรับรู้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส
ส่วนข้อสงสัยเรื่องการอ้างสภาพแวดล้อมในพื้นที่อย่างผิดเพี้ยน พรรณไม้ พันธ์ุปลาที่คนในพื้นที่ไม่เคยพบเห็น ก็ถูกนำมาใส่ไว้ในรายงานอีเอชไอเอนั้น ศานิต ชี้แจงว่า บริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการเก็บข้อมูลตามหลักสากล โดยการสำรวจทรัพยากรป่าไม้ 2 ระดับ คือ พื้นที่โครงการ 2,850 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หาดทราย ป่าชายเลนที่พบเป็นพื้นที่ส่วนน้อย และพื้นที่ 5 กิโลเมตรรอบที่ตั้งโครงการ พบว่าป่าชายเลนสังคมตาตุ่มทะเล ป่าชายเลนสังคมจาก และป่าชายเลนสังคมโกงกางใบเล็ก
การสำรวจทรัพยากรชีวภาพในน้ำ โดยเก็บตัวอย่าง 2 ฤดูกาล คือ ช่วงฤดูฝนและช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ช่วงที่มีการเก็บตัวอย่างเป็นช่วงที่เกิดฝนตกหนักและมีปัญหาน้ำหลากจากบนบกและพื้นที่เพาะเลี้ยง จึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะพบพันธ์ุปลาที่คนในท้องถิ่นไม่เคยพบ หรือพบปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาหมอ ปลานิล และปลากระดี่
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กฟผ. ย้ำว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดของ กฟผ. ออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว ก่อนดำเนินงานได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย นำข้อมูลมาจัดทำมาตรการต่างๆ เพื่อลดข้อห่วงกังวลของประชาชน และป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้







