
สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ (3)
จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้งบประมาณในการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่วัยแรงงานและวัยสูงอายุยังออมไม่เพียงพอ
โดย ศ.ระพีพรรณ คำหอม หัวหน้าโครงการ สกว. การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้งบประมาณในการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่วัยแรงงานและวัยสูงอายุยังออมไม่เพียงพอ โดยผลการศึกษาชุดโครงการ "การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม" ภายใต้การสนับสนุนของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พบว่าภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การบริการด้านสุขภาพ/การดูแล การประกันสุขภาพโดยเฉพาะหลักประกันรายได้เพื่อรองรับวัยเกษียณ รัฐอาจมีความเสี่ยงทางการคลังในอนาคต จากประมาณการงบประมาณ สำหรับผู้สูงอายุและแหล่งที่มาของเงิน พบว่ารัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปี 2556-2564 โดยรายจ่ายสวัสดิการผู้สูงอายุในปี 2557 อยู่ที่ 2.17 แสนล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 4.64 แสนล้านบาท ในปี 2564 ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงกว่ารายได้ภาครัฐ
คนไทยขาดการเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับวัยเกษียณ
จากรายงานการศึกษาโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2550-2554) พบว่าวัยแรงงานมากกว่า 2 ใน 5 ยังไม่มีการออมเพื่อวัยเกษียณ ขณะที่การสำรวจประชากรผู้สูงอายุไทยพบว่าผู้สูงอายุ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 65.4 ไม่มีเงินออม และผู้สูงอายุวัยปลายมีการออมน้อยที่สุด โดยกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่มีเงินออมเลยถึงร้อยละ 74.4 แสดงถึงความไม่มั่นคงทางรายได้ และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2554)
ระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุยังเป็นระบบสวัสดิการกระแสหลักที่จัดโดยรัฐ ทำให้ผู้สูงอายุยากจน ผู้สูงอายุด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าสู่ระบบเข้าถึงระบบสวัสดิการสังคม
การออกแบบระบบสวัสดิการสังคมไทยในอนาคตจึงมีความท้าทายกับอัตราการก้าวกระโดดไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุปัจจุบัน คือ
1) ระบบสวัสดิการหลัก ที่จัดโดยรัฐเป็นหลัก ประกอบด้วย
(1) บริการทางสังคมภายใต้โครงการสวัสดิการแบบถ้วนหน้า เช่น โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได เป็นต้น
(2) บริการประกันสังคมด้านการประกันชราภาพภายใต้กองทุนประกันสังคมและมาตรา 40 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
(3) บริการช่วยเหลือทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การดูแลผู้สูงอายุที่บ้านและชุมชน ศูนย์บริการผู้สูงอายุในชุมชน บริการบ้านพักฉุกเฉิน การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน การดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบของศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุและสถานสงเคราะห์คนชรา ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพแก่ผู้สูงอายุและเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุด้อยโอกาส
(4) บริการสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคมเป็นบริการที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมภาคธุรกิจเอกชน ภาคชุมชน ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมจัดสวัสดิการสังคมกับผู้สูงอายุ
2) ระบบสวัสดิการทางเลือก เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ ครอบครัว ชุมชน พื้นที่ และ อปท. เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งตรงกับบริการสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคมของภาครัฐ
ดังนั้น ระบบสวัสดิการสังคมทางเลือกจึงเป็นการปรับระบบสวัสดิการสังคมแนวราบมากกว่าแนวตั้ง (ขับเคลื่อนผ่านกฎหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการของรัฐเป็นหลัก) การปรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนสวัสดิการสังคมทางเลือก การศึกษาที่เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่จะออกแบบสังคมผู้สูงอายุในอนาคตร่วมกับเป็นระบบคู่ขนานกับระบบสวัสดิการสังคมหลักที่มีอยู่แล้ว







