posttoday
อานนท์ จันทราช ซื้อความสุขบนทางสายกลาง

อานนท์ จันทราช ซื้อความสุขบนทางสายกลาง

06 ธันวาคม 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์อิสรภาพคือสิ่งที่หลายคนไขว่คว้า โดยเฉพาะการทำงาน คนจำนวนมากตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดกิจการ ทำอาชีพอิสระ ก็ล้วนมาจากความต้องการลึกๆ ในหัวใจที่อยากมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต ไม่ต้องถูกตีกรอบ กำหนดเวลาโดยใคร ชีวิตกำหนดได้ด้วยตัวเอง แต่เพื่อให้มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตแบบมั่นคง จึงต้องมาพร้อมการมีสถานภาพทางการเงินที่เข้มแข็งด้วย

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

อิสรภาพคือสิ่งที่หลายคนไขว่คว้า โดยเฉพาะการทำงาน คนจำนวนมากตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดกิจการ ทำอาชีพอิสระ ก็ล้วนมาจากความต้องการลึกๆ ในหัวใจที่อยากมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต ไม่ต้องถูกตีกรอบ กำหนดเวลาโดยใคร ชีวิตกำหนดได้ด้วยตัวเอง แต่เพื่อให้มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตแบบมั่นคง จึงต้องมาพร้อมการมีสถานภาพทางการเงินที่เข้มแข็งด้วย

อานนท์ จันทราช ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ตราวาแกนซ่า พีอาร์ เป็นอดีตมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำงานประจำได้ 5 ปี ก็ ตัดสินใจลาออกมาตั้งบริษัทของตัวเองทำธุรกิจที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ให้กับแบรนด์ องค์กร โครงการต่างๆ รวมถึงรับจัดงาน ประสานงานเชิญเหล่าคนดัง ศิลปินดารา และพรีเซนเตอร์

ช่วงแรกที่ต้องตัดสินใจออกจากงานประจำนั้น อานนท์มีความกังวลเหมือนคนอื่นๆ ที่คิดว่าทำงานอิสระแล้วรายได้จะไม่มั่นคง แต่ความกังวลนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้อานนท์ไม่กล้าก้าวข้ามออกมาจากการทำงานประจำ เพราะอานนท์ มองว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องลอง ในเวลานั้นอายุประมาณ 27 ปี ถ้าลองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ยังกลับไปทำงานประจำต่อได้ ไม่ได้เสี่ยงมากมายอะไร

อานนท์ ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่ทำงานก็ยังใช้ชีวิตโดยไม่ได้วางแผนการเงินไว้อย่างชัดเจนนัก เป็นการใช้ชีวิตแบบเวิร์กฮาร์ด เพลย์ฮาร์ด คือเมื่อทำงานหนักจึงใช้จ่ายไปเพื่อความสุขมากเช่นกัน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็จะมีหลักของตัวเองเสมอคือ ไม่ว่าเดือนนั้นจะเก็บเงินได้เท่าไร แต่เงินเก็บ 10% ของเงินเดือนจะฝากให้คุณแม่เก็บไว้ให้ แม้คุณแม่จะไม่ได้เรียกร้องว่าจะต้องให้เงินไว้ใช้จ่าย แต่เมื่อเราแบ่งให้คุณแม่คุณแม่ก็จะแบ่งส่วนหนึ่งเก็บออมไว้ให้

กระทั่งอายุเข้าใกล้วัย 30 ปี จึงเริ่มรู้สึกตัวว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารเงิน แม้เดิมจะเป็นคนที่ใช้จ่ายแบบไม่เป็นหนี้อยู่แล้ว คือมีบัตรเครดิตติดตัวเพียงใบเดียว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีใบเดียว แถมยังเป็นบัตรเสริมของคุณแม่ และทุกครั้งที่ใช้จ่ายก็จะชำระเต็มจำนวน ไม่เคยแบ่งจ่าย อย่างไรก็ตาม ระยะหลังก็เริ่มให้ความสำคัญลงลึกไปถึงเรื่องช่องทางการออม การลงทุน มากขึ้น โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการได้เห็นประสบการณ์มากมายของคนรอบข้างที่เราได้พบเจอ

"อายุ ประสบการณ์ สอนการใช้ชีวิตให้เราได้ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน เราได้เห็นคนรอบข้างที่ประมาทเรื่องการเงินเกิดผลกระทบกับชีวิต ช่วงชีวิตหนึ่งรวยมาก แต่ใช้จ่ายเงินมาก ภายหลังก็มีหนี้สินล้นพ้นตัว เดือดร้อนด้านการเงิน สิ่งเหล่านี้สอนเราทางอ้อมให้ตระหนักเรื่องการเงินมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทำให้เราไม่ใช้เงินกับความสุขของชีวิตเลย เพียงแต่ทำให้เรารู้ว่าเราต้องเดินทางสายกลาง ใช้เงินที่เราหามาอย่างพอดีเพื่อท่องเที่ยว เพื่อความสุขทางใจ แต่ต้องไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายเกินตัว"

อานนท์ ระบุว่า เราต้องรู้จักบริหารเงินสำหรับธุรกิจที่ทำอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการบริหารเงินส่วนตัวของเราด้วย ดังนั้นจึงต้องวางแผนไว้อย่างดีว่ามีค่าใช้จ่ายใดบ้างที่ต้องจ่ายทันทีหรือจ่ายทีหลัง และรายได้ใดบ้างที่จะได้มาทันที หรือมีเครดิตเทอมที่จะได้มา เพื่อให้มีรายได้สอดคล้องกับรายจ่าย

ในการบริหารเงินแบบฉบับของอานนท์นั้น เงินที่เก็บเอาไว้ส่วนแรกจะมองเรื่องการนำไปลงทุนต่อยอดธุรกิจที่ทำ เป็นการสำรองเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจะได้ไม่ต้องไปกู้ยืมเพิ่มเติม พึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับการหาลูกค้าใหม่ เพิ่มลูกค้าประจำหน้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ที่เป็นรายได้เข้ามาประจำมากขึ้นในอนาคต

นอกจากเงินที่กันไว้ลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่ทำแล้ว ก็แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 70% นำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย แต่อาจได้ผลตอบแทนน้อย เพราะต้องการความมั่นคงของเงินออม อีกส่วน 30% แบ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นกลับมา

อานนท์ เล่าว่า เขารู้ตัวเองว่าเป็นคนที่เก็บเงินไม่ค่อยได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะนำเงินไปลงทุนในรูปแบบของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนงอกเงยและช่วยให้เก็บเงินได้ โดยสินทรัพย์ที่เลือกลงทุน ได้แก่ ทองรูปพรรณ คอนโดมิเนียม และนาฬิกายี่ห้อที่ซื้อไปแล้วมูลค่าจะคงที่หรือเพิ่มขึ้นตลอด ไม่มีแนวโน้มลดลง

"เวลาเลือกซื้อนาฬิกาเพื่อเก็บ เราก็จะศึกษาก่อนว่าแบรนด์ไหนที่จะมีมูลค่าเพิ่ม ต่อให้ซื้อเก็บไว้ราคาก็ไม่ตก ต้องเท่าทุนหรือได้กำไรเพิ่ม ส่วนคอนโดมิเนียมก็จะซื้อไว้ปล่อยเช่า"

ทั้งนี้ อานนท์ ให้ข้อคิดกับคนที่กำลังกังวลกับการก้าวขาออกจากงานประจำไปทำอาชีพอิสระว่า ทุกอาชีพก็มีความเสี่ยงทางการเงินหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานในองค์กร หรือทำธุรกิจเอง ล้วนแต่มีความเสี่ยง หากคุณใช้ชีวิต ใช้เงินอย่างไม่พอดี ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่จะช่วยให้เราไม่เกิดปัญหาทางการเงินได้คือ "ความพอดี"

ไม่ได้หมายความว่าต้องเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หาได้ แต่ก็ไม่ใช่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่มีใครบอกได้ว่าความพอดีของคุณอยู่ตรงไหน แต่คุณจะต้องรู้ตัวเองว่าตรงไหนเรียกว่าความพอดี

แม้การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจจะเป็นหนทางสำคัญที่ช่วยให้เราไปสู่การมีเงินพร้อมรองรับในวัยเกษียณ แต่อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการใช้ชีวิตของเรา

ไม่ว่าจะทำงานประจำหรือทำงานอิสระ หากเราใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ใช้จ่ายแบบ ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ควบคู่ไปกับการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงได้อย่างดีพอ อนาคตทางการเงินของเราก็จะราบรื่น ปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา