
เลื่อนใช้LIVE ไตรมาส1ปี’61 ป้องนักลงทุน
แพลตฟอร์มไลฟ์เลื่อนออกไตรมาสแรกปีหน้า คณะกรรมการความเสี่ยงบอร์ด ตลท.ขอให้เพิ่มหลักการปกป้องผู้ลงทุนเพิ่ม
แพลตฟอร์มไลฟ์เลื่อนออกไตรมาสแรกปีหน้า คณะกรรมการความเสี่ยงบอร์ด ตลท.ขอให้เพิ่มหลักการปกป้องผู้ลงทุนเพิ่ม
นายพงศ์ปิติ เอกเธียรชัย ผู้อำนวยการงานส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนและวิสาหกิจเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ได้เลื่อนเปิดให้สตาร์ทอัพและบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มไลฟ์ (LIVE) ได้ ภายในไตรมาสแรกปี 2561 เป็นต้นไป ช้ากว่ากำหนดเดิมที่จะเปิดในไตรมาส 4 นี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารความเสี่ยงของ ตลท. เป็นห่วงเรื่องการปกป้องผู้ที่จะเข้ามาลงทุน โดยบริษัทที่จะเข้ามาควรมีการกำหนดกรอบคุณสมบัติหรือเงื่อนไข เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้ประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
"ทุกอย่างได้ผ่านการอนุมัติ ให้ดำเนินการได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แต่คณะกรรมการความเสี่ยง ตลท.แนะนำว่า เมื่อ ตลท.เป็น ผู้ดำเนินการเรื่องนี้ จะมีความคาดหวังและความไว้วางใจจากผู้ลงทุนว่าต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพราะการดำเนินงานทุกอย่างของตลาดทุนไทยที่ผ่านมาอยู่บนหลักธรรมาภิบาลที่ดีและได้ซีจีสกอร์การ์ดสูงแห่งหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชีย เพราะมีการใช้หลักการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ลงทุนตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเอง" นายพงศ์ปิติ กล่าว
ดังนั้น ควรมีกรอบที่เป็นแนวทางปฏิบัติออกมาเพื่อเป็นหลักให้ผู้ลงทุนเห็นว่า เมื่อใส่เงินลงทุนแล้วจะมีการใช้เงินจากการลงทุนไปดำเนินการขยายธุรกิจในแบบที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ลงทุนได้เห็นภาพและข้อตกลงที่ชัดเจน มีรูปแบบหรือแนวทางของบริษัทที่เติบโตในอนาคต ซึ่งอยู่ระหว่างการระดมแนวคิดที่ปรึกษา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ม.ค.ปีหน้า
นายพงศ์ปิติ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันแนวทางดังกล่าวต้องไม่ให้เป็นการเพิ่มต้นทุนของบริษัทที่จะเข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้มากเกินไปด้วย หรือจะให้ถือเป็นหลักปฏิบัติเท่ากับกฎเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ไม่ได้ เพราะจากที่เป็นการสนับสนุนอาจจะกลายเป็นอุปสรรคสำหรับสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอีเกินไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริษัทที่แสดงความสนใจและสอบถามเรื่องการระดมทุนผ่าน LIVE มากกว่า 10 แห่ง และมาจากหลายอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแต่เทคโนโลยีเท่านั้น ส่วนผู้ลงทุนส่วนใหญ่เป็นกองทุนส่วนบุคคลและกลุ่มร่วมลงทุน







