
ฝากกรมสรรพากร
....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 แล้ว ห้วงเวลานี้ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในวงการข้าราชการบ้านเรา
และเมื่อท่านมีอำนาจวาสนาบารมีเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ก็อย่าลืมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สุดกำลังเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและประเทศชาติของเราให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น
ผมขอถือจังหวะแห่งการเปลี่ยนถ่ายย้ายโอนตำแหน่งในกรมกองต่างๆ ของปีนี้ ฝากประเด็นให้กับหน่วยงานบางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีอยู่หลายล้านรายทั่วประเทศ
หน่วยงานแรกที่ตั้งใจฝากคือ...กรมสรรพากร
ไม่ต้องสงสัยครับ หน่วยงานนี้...แค่ชื่อ ก็ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจับไข้หนาวสั่น
ถ้าจัดอันดับหน่วยงานที่ผู้ประกอบการเกรงกลัวมากที่สุด เชื่อว่าไม่มีใครล้มแชมป์กรมสรรพากรได้แน่นอน
นับเป็นโจทย์ยากของท่านอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ คุณสาธิต รังคสิริ ซึ่งก็ถือว่าท่านเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดาคนหนึ่งของกระทรวงการคลัง งานนี้ท่านคงต้องทำงานหนักเพื่อสร้างภาพลักษณ์และการยอมรับในหมู่มวลของสังคมผู้ประกอบการไทยให้เกิดทัศนคติเชิงบวกกับกรมของท่าน
เรื่องภาษี...เป็นเรื่องยากที่จะทำใจให้รัก
เป็นเรื่องที่คนมีทัศนคติเชิงลบตกค้างสะสมในใจมานานแสนนาน ถ้าพูดตรงๆ ก็ต้องบอกว่า ไม่มีใครชอบภาษี คนเต็มใจเสียถูกต้องตามระบบนับหัวได้ ใครเลี่ยงได้เลี่ยง หลบได้หลบ
ทุกวันจึงเกิดช่องว่างในการแสวงหาผลประโยชน์จากเรื่องภาษีมากมายทุกระดับชั้น
ผมเห็นใจท่านอธิบดีคนใหม่ และอยากแสดงความเห็นช่วยแนะนำบางประเด็นเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อราชการบ้าง
เรื่องแรก...คนที่ผู้ประกอบการเกรงใจมากๆ หาใช่ตัวท่านอธิบดีไม่ แต่เป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรในพื้นที่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะระดับไหนเล็กใหญ่ไม่ธรรมดาสักคน คนดีคงมีมาก แต่คนไม่ค่อยดีก็มีไม่น้อยเช่นกัน มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ได้รับการปฏิบัติในเชิงลบอย่างน่าสงสาร
ถ้าท่านอธิบดีอยากได้ข้อมูลข้อเท็จจริงโดยตรงจากผู้ประกอบการทุกพื้นที่ ผมแนะนำให้ท่านเปิดช่องทางในการให้ข้อมูลถึงตัวท่านโดยตรง ข้อมูลลึกๆ จะหลั่งไหลให้ท่านได้รับรู้ ท่านจะมีข้อมูลเต็มมือสำหรับใช้วางนโยบายต่อไป
เรื่องที่สอง...ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่เข้าใจเรื่องบัญชีและภาษีอากร ส่วนใหญ่จะจ้างบริษัทรับทำบัญชีมาช่วยดูแล ตรงนี้ล่ะครับที่เป็นปมใหญ่เรื่องหลีกเลี่ยงภาษี มีไม่น้อยที่ผู้ประกอบการไปร้องขอให้บริษัทเหล่านี้ช่วยทำบัญชีแบบหลบเลี่ยง ฃ และก็มีไม่น้อยที่บริษัทเหล่านี้เป็นฝ่ายไปแนะนำให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงเสียเอง
ทุกวันนี้บริษัทไหนมีฝีมือเก่งกาจสามารถช่วยประหยัดภาษีเยอะๆ ก็จะยิ่งมีชื่อเสียงและค่าจ้างค่าตัวก็จะแพง
ฉะนั้นหากต้องการให้ผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่เข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้อง ท่านอธิบดีคงต้องทำการจัดระเบียบคุมประพฤติบริษัทรับจ้างทำบัญชีที่มีอยู่อย่างมากมายโดยเร็ว
เรื่องที่สาม...มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ผิดพลาดในเรื่องระบบบัญชีของกิจการตัวเอง แล้ววันนี้เขาเหล่านั้นสำนึกผิดและต้องการที่จะทำบัญชีให้ถูกต้อง แต่ไม่กล้าทำเพราะกลัวจะถูกเสียภาษีย้อนหลัง ปมนี้กลายเป็นปัญหาชีวิตใหญ่ของผู้ประกอบการ ธุรกิจจะเดินหน้าต่อไปก็ลำบาก อยากกู้แบงก์ก็ทำไม่ได้ อยากจะเริ่มต้นระบบใหม่ก็ไม่กล้า กลืนไม่เข้า คายไม่ออก
เรื่องนี้อยากให้ท่านอธิบดีเร่งปลดล็อกให้กับผู้ที่ประสงค์จะกลับตัวกลับใจยอมเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้องเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคง การนิรโทษกรรมทางภาษีโดยผ่อนปรนอย่าไปขุดคุ้ยเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง น่าจะเป็นหนหนึ่งที่จะจูงใจให้คนกลับตัวเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องได้
ขออนุญาตฝากประเด็นให้ท่านอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ไว้พิจารณา ผมเชื่อว่ากรมสรรพากรยุคใหม่อยากเป็นหน่วยงานที่อยู่เคียงข้างช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการคนไทยมากกว่าจะเป็น...ผู้ร้าย...ในสายตาผู้ประกอบการตลอดไป







