posttoday
โรงไฟฟ้าน้ำหนักลงทุนปกติ

โรงไฟฟ้าน้ำหนักลงทุนปกติ

08 ธันวาคม 2560

สุทธิชัย คุ้มวรชัย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราชื่นชอบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการที่มั่นคง ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ และการเติบโตในระยะกลางที่โดดเด่น แต่จากราคาที่ปรับตัวมากกว่าตลาด ทำให้มูลค่าปรับสูงขึ้น ผลตอบแทนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับโอกาสเติบโตของกำลังการผลิตในระยะถัดไปที่จำกัด และภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่เริ่มเข้าสู่วงจรขาขึ้น

สุทธิชัย คุ้มวรชัย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราชื่นชอบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการที่มั่นคง ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ และการเติบโตในระยะกลางที่โดดเด่น แต่จากราคาที่ปรับตัวมากกว่าตลาด ทำให้มูลค่าปรับสูงขึ้น ผลตอบแทนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับโอกาสเติบโตของกำลังการผลิตในระยะถัดไปที่จำกัด และภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่เริ่มเข้าสู่วงจรขาขึ้น

ดังนั้น จึงแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวัง เลือกหุ้นที่เน้นการเติบโตมากกว่าปันผล ปรับคำแนะนำบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ขึ้นเป็นหุ้นเก็งกำไรจาก ถือ เริ่มแนะนำเก็งกำไรหุ้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) และคงคำแนะนำ ซื้อหุ้นบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO)

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการเติบโตของกำลังการผลิตปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) +151% และ EGCO (+45.9%) ขณะที่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ที่กำลังการผลิตเพิ่มน้อยกว่ากลุ่มปรับตัวขึ้นน้อยกว่า +15.3% สอดคล้องกับกำลังการผลิตไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้างในช่วงปี 2559-2562 ที่จะเพิ่มขึ้น 16-57% ของกำลังการผลิต ณ สิ้นปี 2558 โดย EGCO มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด ตามด้วย GPSC (+44%) และ RATCH ตามลำดับ

การเติบโตต่ำลง

การเติบโตของกำลังการผลิตตามสัญญาหลังปี 2561 เป็นต้นไปลดลงเหลือ 8-33% หลังโรงไฟฟ้าทยอยเปิดผลิตเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเราเพิ่มบ้านปู เพาเวอร์ (BPP) ซึ่งมีกำลังการผลิตที่รอซีโอดีสูงสุดเข้าไว้ด้วย ถัดไปได้แก่ GSPC (+26%) EGCO (+15%) และ RATCH ตามลำดับ

มองเห็นโอกาสปรับขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าอิสระ (IPP) ในประเทศมีจำกัด หากพิจารณาปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ปัจจุบันสูงกว่า 30% และจะเพิ่มเข้าใกล้ 40% ในปี 2567 ทำให้โอกาสในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพิ่มเติมในอนาคตมีจำกัด โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้รับการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น

แต่ระยะหลังการแข่งขันรุนแรง ทำให้ผลตอบแทนลดลง ดังเห็นได้จากการยื่นข้อเสนอก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขนาดเล็ก (SPP) ไฮบริด 300 เมกะวัตต์ มีผู้ยื่นข้อเสนอ 85 โครงการ รวม กำลังการผลิตถึง 1,644 เมกะวัตต์ ด้วยค่าไฟฟ้าในระดับต่ำ 2.50-3 บาท/หน่วย

แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่กลับเป็นขาขึ้น คาดส่งผลให้ทิศทางอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ของไทยปรับเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาหุ้นปันผลรวมถึงหุ้นโรงไฟฟ้ามีความสัมพันธ์ในทางตรงข้ามกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มองทิศทางของอัตราดอกเบี้ยที่กลับเป็นขาขึ้นเป็นความเสี่ยงของการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าช่วง 1 ปีข้างหน้า

ดังนั้น จึงเริ่มต้นแนะนำ BGRIM ด้วย การเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย SOTP ปี 2561 เท่ากับ 28 บาท จากกำลังการผลิตตั้งแต่มี 2561 ที่สูงสุดในกลุ่ม ช่วยชดเชยมูลค่าที่สูง กว่ากลุ่ม

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน