
ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย
พีรพรรณ สุวรรณรัตน์ กุลณัฎฐา อังศุไพฑูรย์สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.80 โดยธนาคารกลางของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจหลักทั้งสหรัฐ ยุโรป และสหราชอาณาจักร จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินขึ้น
พีรพรรณ สุวรรณรัตน์ กุลณัฎฐา อังศุไพฑูรย์สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.80 โดยธนาคารกลางของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจหลักทั้งสหรัฐ ยุโรป และสหราชอาณาจักร จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้ความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ค่าเงินบาทและค่าเงินสกุลเอเชียอื่นๆ จึงอาจไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวมากนัก
ค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 32.62 และเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.56-32.67 ตลอดทั้งสัปดาห์ สอด คล้องกับค่าเงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ค่าเงินสกุลหลัก อาทิ เยนและยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์
โดยร่างกฎหมายภาษีฉบับวุฒิสภาสหรัฐ ที่ผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรสหรัฐที่สามารถผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายชั่วคราว ทำให้สหรัฐรอดพ้นจากภาวะรัฐบาลปิดทำการ และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ สหรัฐ จัดทำโดย ADP ที่ออกมาดีนั้น ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์และเงินสกุลเอเชียและเงินบาทไม่ได้ตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านี้มากนัก โดยเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.66
ค่าเงินเยน เปิดตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระดับ 112.39 และอ่อนค่าลงเป็นหลัก โดยเงินเยนปรับอ่อนค่าลงเนื่องจากที่เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในแผนการปฏิรูปภาษีของสหรัฐ
นอกจากนี้ เงินเยนปรับอ่อนค่าลงเนื่องจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นที่สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อยัง อยู่ที่ระดับต่ำ โดยในเดือน ต.ค.อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับขึ้น 0.20% เทียบ ปีต่อปี ชะลอลงจากการปรับขึ้น 0.70% ในเดือน ก.ย. ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย และธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะยังต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เงินเยนปรับอ่อนค่าลง และปิดตลาดที่ระดับ 113.55
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1880 เงินยูโรอ่อนค่าลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากที่เงินดอลลาร์มีทิศทางปรับแข็งค่าขึ้น โดยเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี
ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไป ตัวแทนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะเข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณารวม ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับให้เป็นฉบับเดียว และเสนอต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเพื่อลงนามต่อไป สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนคาดว่ารัฐสภาสหรัฐจะสามารถตกลงเรื่องการปฏิรูปภาษี ในเร็วๆ นี้ ซึ่งนักลงทุนมองว่าการปฏิรูปภาษีจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐและเงินดอลลาร์ เงินยูโรปิดตลาดที่ระดับ 1.1738







