posttoday
‘กลินท์’ กับบทบาท แม่ทัพภาคเอกชน

‘กลินท์’ กับบทบาท แม่ทัพภาคเอกชน

10 ธันวาคม 2560

ช่วงระยะเวลา 6 เดือนหลังจากที่ กลินท์ สารสิน รับไม้ต่อขึ้นแท่นนั่งเป็นประธานกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่

โดย ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ช่วงระยะเวลา 6 เดือนหลังจากที่ กลินท์ สารสิน รับไม้ต่อขึ้นแท่นนั่งเป็นประธานกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่ สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ การพยายามปรับภาพลักษณ์องค์กร จากเดิมที่คนอื่นมองว่าเป็นองค์กรที่แก่ (อายุก่อตั้ง 84 ปี) ทำอะไรช้าๆ เชื่องๆ แต่จากนี้ไปจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้มีเป้าหมายที่จะเน้นรักษาและเพิ่มมาตรฐานในการเป็นองค์กรหลักของภาคเอกชนที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากทั้งภาครัฐและสังคม รวมทั้งต้องเป็นองค์กรที่มีส่วนช่วยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่มีอยู่ให้ได้

“มองว่าการทำแบรนดิ้งสำคัญ และทุกสิ่งที่คนหอการค้าพูดออกไปต้องมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่พูดไปเรื่อย ซึ่งหอการค้าไทยก็มีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ทำหน้าที่เหมือนบริษัทลูกในการซัพพอร์ตข้อมูลช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการออกมาพูดแต่ละครั้ง และคนหอการค้าจะให้ความเห็นและเสนอแนะในเรื่องที่ตัวเองถนัด หากเรื่องไหนไม่ถนัดก็ยินดีที่จะรับฟังและทำงานร่วมกับคนอื่น เพื่อให้ได้คำตอบ” กลินท์ ย้ำถึงบทบาทของหอการค้าไทยที่กำลังเดินไป

จากการปรับลุคครั้งนี้ ทำให้ช่วงแรกๆ ของการเข้ามาทำหน้าที่ของกลินท์ ดูเบาๆ ไป เมื่อเทียบกับสมัยดุสิต นนทะนาคร ที่ออกมาประกาศต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง

เรื่องนี้ กลินท์ ตอบสั้นๆ ได้ใจความว่า “ผมไม่ได้ดู (บุคลิก) นิ่มขนาดนั้น แต่เป็นคนที่มองด้วยเหตุและผลมากกว่า รู้ว่าอะไรคือจุดยืนของตัวเอง เรื่องไหนที่มองว่าไม่ถูกไม่ควร ก็พร้อมออกมาแสดงความเห็น พร้อมกับเสนอแนะแนวทางแก้ไขให้ อย่างเช่น เรื่องภาษีที่ดินที่ดูแล้วไม่เมกเซนส์ ก็บอกเลยว่าไม่เห็นด้วย เป็นการทำงานด้วยเหตุผล ไม่ใช่เอาแต่คอมเพลนอย่างเดียวมากกว่า”

นอกจากนี้ เมื่อย้อนดูถึงประวัติในการทำงานแล้ว ถือว่าไม่ธรรมดา และเชื่อว่าหลายๆ คนที่ไม่รู้คงนึกภาพไม่ออก เพราะบุคลิกการทำงานของกลินท์ในสมัยที่เป็นหนุ่มไฟแรงค่อนข้างดุดันและจริงจัง

กลินท์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบปริญญาโททางด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรมด้านการผลิตและหุ่นยนต์จากสหรัฐกลับมา ก็เริ่มเข้ามาทำงานที่เครือซิเมนต์ไทย และได้ผ่านงานมาครบทุกด้าน ทั้งด้าน การขาย โลจิสติกส์ การวางแผนการผลิต และการวิเคราะห์โครงการ จนสุดท้ายได้ขึ้นเป็นกรรมการบริหาร บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง ที่บุกเบิกขยายสาขาจากเดิมมี 8-9 สาขา เป็น 35 สาขาทั่วโลก และมียอดขายรวมขณะนั้นสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท ภายในระยะเวลา 12 ปีของการทำงาน

สำหรับหลักการทำงานนั้น จะให้ความสำคัญเรื่อง PDCA ก็คือ Planing (การวางแผน) Doing (ลงมือทำ) Check (ตรวจเช็ก) และ Action (การปฏิบัติจริง) ซึ่งได้มาจากการทำงานที่เครือซิเมนต์ไทยและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่อง บวกกับการมีทีมงานเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทำให้ผลงานออกมาดี

“สิ่งที่ผมถูกสอนมาตลอดคือ การให้เกียรติคนอื่น มองคนเป็นคน ไม่ว่าจะรวยหรือจน และให้เกียรติทุกคนในการทำงาน ด้วยการรับฟังทุกความเห็น ไม่ใช่เป็นการใช้คำสั่ง เพราะหลายครั้งที่ฟังผู้ใหญ่พูดแล้วเราเห็นว่ามันมีเหตุผล แต่ถ้าบางอย่างที่เราไม่เห็นด้วยก็จะเสนอความเห็นพร้อมกับแนวทางแก้ไขให้เป็นทางเลือกมากกว่าที่จะทุบว่าต้องทำตาม

“แน่นอนว่าต้นแบบในการทำงานก็คือ คุณปู่ (พจน์ สารสิน) อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก เพราะท่านทำงานด้วยความสุขุม รอบคอบ เน้นความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต และมองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ที่สำคัญเป็นคนรักครอบครัว เหล่านี้ถูกถ่ายทอดสู่รุ่นคุณพ่อ (พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมตำรวจ) มาถึงรุ่นผม” กลินท์ กล่าว

เป้าหมายการทำงานของกลินท์ภายใต้หัวเรือใหญ่ของหอการค้าไทยในวาระแรกนี้ จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 3 ห่วงโซ่มูลค่า คือ ด้านการค้า ด้านเกษตรอาหาร และด้านบริการและการท่องเที่ยว เพราะมองว่าในอนาคตจะเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในระยะ 20 ปีจากนี้ โดยตั้งเป้าที่จะทำให้ห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มทั้ง 3 ด้านนี้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เหตุนี้จึงเกิดโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร และโครงการ 1 หอ 1 แสนไร่ขึ้น เพื่อทำรากฐานให้แข็งแรง เมื่อฐานแข็งแรง ประเทศไทยก็ไปได้หมด

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน