
There’s Something About Nina (2)
โดย ปริญญา ผดุงถิ่นจุดเปลี่ยนอันหนึ่งในชีวิตของนีน่า คือเหตุการณ์ที่เธอติดตามชะนีในป่าจีน แล้วเกิดหลงป่าข้ามคืนตามลำพัง โดยไม่มีเครื่องกันหนาว ไม่มีไฟฉาย นีน่ากล่าวถึงประสบการณ์นี้ว่า "มันยากจะจินตนาการที่จะมีชีวิตรอดพ้นกลางคืนอันมืดมิดและหนาวยะเยือก ที่ระดับความสูง 2,500 เมตร"
โดย ปริญญา ผดุงถิ่น
จุดเปลี่ยนอันหนึ่งในชีวิตของนีน่า คือเหตุการณ์ที่เธอติดตามชะนีในป่าจีน แล้วเกิดหลงป่าข้ามคืนตามลำพัง โดยไม่มีเครื่องกันหนาว ไม่มีไฟฉาย นีน่ากล่าวถึงประสบการณ์นี้ว่า "มันยากจะจินตนาการที่จะมีชีวิตรอดพ้นกลางคืนอันมืดมิดและหนาวยะเยือก ที่ระดับความสูง 2,500 เมตร"
(2,500 เมตร คือระดับความสูงของป่าเมฆยอดดอยอินทนนท์)
"รุ่งเช้า ฉันกินยอดอ่อนของพุ่มไม้ และรวบรวมตัวอ่อนแมลงตามขอนไม้ล้ม กินเพื่อให้มีพลังงาน โชคดีที่เจอทางเดินบนยอดเขา และนำไปสู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน 2 ชั่วโมงต่อมา ฉันได้รับการกู้ภัย และได้กินอาหารมากมาย
อย่างไรก็ตาม สถาบันที่ฉันทำงานด้วยเกรงจะเกิดเหตุทำนองนี้ซ้ำอีก จึงไม่ยอมให้ทำต่อ หลายเดือนต่อมา ฉันตัดสินใจจะไปทำงานต่างประเทศ
และนั่นคือประเทศไทย ที่ซึ่งมีชะนี และมีมากด้วย!
ฉันมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (วิทยาเขตบางขุนเทียน) โชคดีนักศึกษาที่ชื่อ Lydia ที่มาเรียนก่อนฉัน ทำความคุ้นเคยกับชะนี 4 กลุ่มไว้แล้ว นั่นจะช่วยให้ฉันได้ติดตามชะนีได้ระยะใกล้
การเรียนของฉัน คือการวิจัยลูกไม้ที่งอกขึ้นจากมูลชะนี และตรวจดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นหลังลูกไม้ได้แพร่กระจายไปเพราะพวกชะนี เพื่อนร่วมงานของฉัน Gibbie เป็นคนพาฉันไปยังสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำเป็นครั้งแรก ส่วนครั้งที่สอง Nong (ไม่รู้ออกเสียงอย่างไรกันแน่) รุ่นพี่ผู้ชายร่วมแล็บ ก็พาไปแนะนำตัวกับทีมงานเขานางรำ
เมื่อเริ่มงานที่เขานางรำ ก็ได้ 'ลุงแก่น' เป็นคนนำทางในป่า รวมถึงทีมงานเขานางรำคนอื่นๆ ก็ช่วยเหลือฉันอย่างดี ไม่ว่าจะสอนภาษาง่ายๆ สถานที่ต่างๆ ในป่า วิธีใช้เครื่องครัว รวมถึงการอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ในภาคสนาม
วันหนึ่ง ฉันทิ้งอาหารที่กินเหลือลงในถุงขยะใกล้ห้องนั่งเล่น อีก 2-3 วันต่อมาก็พบฝูงมดเต็มไปหมด ลามไปทั่วรอบจุดตั้งถังขยะ
'พี่เก๋' 'หยก' และฉันเอง เข้าสู้รบกับกองทัพมด เมื่อจัดการเสร็จฉันรู้สึกผิดมาก แต่ 'พี่เก๋' บอกว่า It's OK.
อย่างไรก็ดี ฉันไม่ค่อยได้สนทนากับทีมเขานางรำมากนัก อันเนื่องจากอุปสรรคด้านภาษา แต่พวกเขามีน้ำใจเหลือเฟือ และมักคุยกับฉันเมื่อมีโอกาส
ฉันเห็นช้างตัวหนึ่งเดินผ่านห้องพักไป ทิ้งรอยตีนขนาดยักษ์ไว้บนทรายอ่อน วันต่อมา คนแก่ที่พักอยู่ใกล้ๆ ก็เดินมาหา ชี้รอยตีนนั้น แล้วพูดว่า 'Elephant' ไม่มีอะไรยากมากนักเมื่อสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น แม้ยามคุณอยู่ในโลกต่างแดน
ทุกวัน ยกเว้นบางวันที่ไม่มีงานอะไรต้องทำ ฉันกับลุงแก่นจะเริ่มต้นตอน 7 โมงครึ่ง ออกเดินติดตามชะนี ตรวจดูกล้องดักถ่าย หรือทำเส้นทางวิจัย
ฉันมีความสุขกับเวลาของเหล่าชะนี พวกมันแทบจะหากินตลอดเวลา แต่ก็ แบ่งเวลาสำหรับเล่นกัน หวีขนให้กัน รวมถึงอาบแดด ฉันยังสนุกกับการตรวจภาพ จากกล้องดักถ่าย ซึ่งมีสัตว์ป่ามากมายถูกถ่ายไว้
ครั้งหนึ่ง กล้องดักถ่ายจับภาพเสือดาวได้ เหมือนว่ามันชอบการถูกถ่ายรูป มาอยู่หน้าเลนส์แล้วจ้องตรงมาที่กล้อง รวมถึงหันหน้าด้านข้าง มันนอนลงด้วยมุมภาพอันสมบูรณ์แบบ โชว์ความสวยงามและท่าทางผ่อนคลาย ราวกับว่าเสือดาวรู้วิธีที่จะเป็นนายแบบนางแบบที่ดี"
(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)







