
เสนอเก็บภาษีลงทุนหุ้น นักวิชาการแนะถือยาวเก็บน้อย ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นเก็บมาก
หนุนรัฐพิจารณาเก็บภาษีกำไรจากการขายหุ้น แนะใช้วิธีแบ่งได้2 กลุ่ม ลงทุนยาวเก็บน้อยกว่าลงทุนสั้น
หนุนรัฐพิจารณาเก็บภาษีกำไรจากการขายหุ้น แนะใช้วิธีแบ่งได้2 กลุ่ม ลงทุนยาวเก็บน้อยกว่าลงทุนสั้น
นายอธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ภาครัฐควรพิจารณาเก็บภาษีจากการลงทุนในหุ้นซึ่งมีรายได้ในรูปแบบส่วนต่างกำไรจากการขายหุ้นและเงินปันผล โดยที่ผ่านมารัฐยกเว้นภาษีส่วนต่างกำไรจากการขายหุ้น เนื่องจากต้องการส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุน สร้างแรงจูงใจ แต่ปัจจุบันควรกลับมาทบทวนว่าตลาดทุนเติบโตเข้มแข็งหรือยัง และควรเก็บภาษีได้แล้วหรือไม่ เพราะการไม่เก็บส่วนนี้ก็คือต้นทุนของประเทศชาติ
“ในเชิงเศรษฐศาสตร์เวลาเก็บภาษีรายได้ ก็ควรจะเก็บจากรายได้ที่มาจากแต่ละแหล่งเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อมนุษย์เงินเดือนต้องเสียภาษี คนที่มีรายได้จากการซื้อขายหุ้นก็ควรต้องเสียภาษีในระบบเดียวกัน” นายอธิภัทร กล่าว
สำหรับแนวทางที่น่าสนใจ ได้แก่การแบ่งระดับการเก็บภาษีจากการได้ส่วนต่างกำไรจากการขายหุ้น สำหรับผู้มีจุดประสงค์ลงทุนเพื่อเก็งกำไรและลงทุนระยะยาวต่างกัน โดยตัวอย่างบางประเทศจะแบ่งการลงทุนในหุ้นออกเป็น 2ประเภท ประเภทแรก คือ กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อแล้วถือยาว 1 ปีขึ้นไป หากเป็นกลุ่มนี้ก็จะเก็บภาษีต่ำกว่า แต่ถ้าเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายเก็งกำไร เช่น ไม่เกิน 10วันก็ซื้อขาย ไม่ส่งเสริมตลาดทุนก็จะเก็บภาษีมากกว่า โดยอยู่ในระดับไม่ต่างจากการเก็บภาษีกับผู้มีเงินเดือนประจำ หากดำเนินการเช่นนี้ก็จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การออมจริงๆ
“ปัจจุบันถ้าเป็นรายได้จากเงินปันผลของหุ้นก็จะมีให้นักลงทุนเลือกว่าจะหักภาษี ณ ที่จ่ายเลย หรือยังไม่หัก คนส่วนใหญ่ก็จะเลือกหักไปเลยเพื่อความสะดวกและเวลายื่นภาษีรายได้บุคคลธรรมดาก็ไม่นำมารวมในรายได้อีก เพราะถือว่าหักภาษีไปแล้ว แต่จริงๆ ควรนำกลับมาคิดรวมกับรายได้ด้วย” นายอธิภัทร กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงการคลังยังไม่มีนโยบายชัดเจนในการเก็บภาษีจากการลงทุนในหุ้น เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวและเกรงว่าจะกระทบกับตลาดหุ้นของไทยที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคลังอยู่ระหว่างการออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 ทำให้ท้องถิ่นเก็บรายได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คลังเตรียมเปิดรับฟังความเห็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อหาทางบรรเทาภาระภาษีสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จ่ายภาษีแค่ 25% ของภาระภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นจากเดิม
ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรก็อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีอี-คอมเมิร์ซ เพื่อเก็บภาษีกับผู้ประกอบการซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีรายได้ในประเทศไทย เช่น เฟซบุ๊กกูเกิล ยูทูบ ไลน์ เป็นต้น







