
‘บิ๊กตู่’ห่วงขสมก. สั่งเบรกแผนลดคน
คนร.สั่ง ขสมก.ชะลอแผนลดพนักงาน หวั่นกระทบหลายด้าน พร้อมทบทวนแผนติดตั้งแคชบ็อกซ์ 2,600 คัน
คนร.สั่ง ขสมก.ชะลอแผนลดพนักงาน หวั่นกระทบหลายด้าน พร้อมทบทวนแผนติดตั้งแคชบ็อกซ์ 2,600 คัน
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ได้สั่งการให้ ขสมก.ทบทวนแผนการปรับลดจำนวนบุคลากรขององค์กรลง เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ปฏิบัติหน้าที่และคุณภาพการให้บริการของ ขสมก.ในภาพรวม
ทั้งนี้ ได้ขอให้ชะลอแผนปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสารรวม 2,000 คัน ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจาก คนร.กังวลว่าเป็นเวลาที่สั้นเกินไปจนกระทบกับองค์กรหลายด้าน รวมถึงแผนการลดจำนวนพนักงานภาพรวม ให้เหลือ 7,500 คน จากปัจจุบันมี จำนวนราว 1.3 หมื่นคนอีกด้วย ดังนั้น ขสมก.จะดำเนินการวิธีอื่นแทนเพื่อลดต้นทุนบุคลากร ได้แก่ ไม่มีนโยบายรับพนักงานใหม่ทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุ รวมถึงใช้โครงการ Early Retire สำหรับผู้ที่สมัครใจก่อน โดยจะมีค่าชดเชยให้ตามข้อกำหนดขององค์กร เช่น จ่ายเงินชดเชยให้ 30 เท่าของเงินเดือน
นายณัฐชาติ กล่าวต่อว่า สืบเนื่องจากข้อสั่งการของ คนร.ที่ให้ลดจำนวนพนักงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ทาง ขสมก.ได้พิจารณาปรับแผนการติดตั้งเครื่องหยอดเหรียญ https://dcx.bangkokpost.co.th/dcx_bkp/documents# (Cash Box) บนรถเมล์ 2,600 คัน เพื่อเข้ามาทดแทนพนักงานกระเป๋ารถเมล์ เนื่องจากการติดตั้งและทดลองใช้มีปัญหาทางเทคนิคจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างการบริการในระยะยาว ขสมก.อาจยึดตามสัญญาที่กำหนดให้ติดตั้ง ครบ 800 คัน ในเดือน ธ.ค.นี้ไปก่อน ขณะที่อีก 1,800 คัน ให้ชะลอไปก่อน อีกทั้ง ขสมก.มองว่าองค์กรยังจำเป็นต้องมีพนักงานกระเป๋าบนรถเมล์ เนื่องจาก Cash Box ไม่สามารถทดแทนพนักงานได้ในชั่วโมงเร่งด่วน (Rush Hour) และไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการใช้บริการรถเมล์ของคนไทย
นอกจากนี้ ในอนาคต Cash Box อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีระบบขนส่งจะพัฒนาไปถึงจุดที่เป็นแบบไม่ต้องใช้เงินสด (Cashless) อาทิ ระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์และระบบตั๋วร่วม
ปัจจุบัน ขสมก.มีบุคลากรประมาณ 1.3 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นพนักงาน ขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งมีสัดส่วนพนักงานเก็บค่าโดยสาร 4.8 คน/คัน ถือว่าสูงมาก จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องปรับลดให้เหลือ 2.4 คน/คัน







