posttoday
แม่บ้านได้เฮตรึงแอลพีจีครัวเรือนจ่อปรับขนส่ง

แม่บ้านได้เฮตรึงแอลพีจีครัวเรือนจ่อปรับขนส่ง

04 ตุลาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — กรมธุรกิจพลังงานส่งสัญญาณตรึงแอลพีจีครัวเรือน จ่อปรับภาคขนส่งอุตสาหกรรม

นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินความต้องการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในประเทศ เพื่อเตรียมใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี ภายหลังหมดมาตรการตรึงราคาช่วงสิ้นเดือน ก.พ. 2554

ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลในเบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับการดูแลราคาแอลพีจีในภาคครัวเรือนก่อน ดังนั้นการพิจารณาปรับราคาจะเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี และภาคขนส่ง เพื่อให้นโยบายการชดเชยราคาตรงตามวัตถุประสงค์

อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 ของ ปตท. จะเริ่มผลิตได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทำให้มีกำลังผลิตแอลพีจีในประเทศเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 แสนตัน และช่วยให้การนำเข้าลดลง แต่จะพิจารณาสัดส่วนการใช้แอลพีจีให้ชัดเจนว่าถูกนำไปใช้ในกิจการอะไรบ้าง

“รัฐบาลย้ำเสมอว่าจะให้ความสำคัญในการดูแลแอลพีจีในภาคครัวเรือน แต่ท้ายสุดโครงสร้างราคาจะออกมาแบบใดคงจะต้องหารือกับทุกฝ่าย และขึ้นอยู่กับนโยบายการเมืองด้วย” นายพีระพล กล่าว

สำหรับหน่วยงานที่เชิญมาหารือในสัปดาห์นี้ ได้แก่โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีพื่อประเมินภาพรวมความจำเป็นในการนำเข้าแอลพีจี(ก๊าซหุงต้ม)ว่าจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใดหลังโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 ของบมจ.ปตท.เตรียมจะผลิตได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้านี้ซึ่งคาดว่าไทยคงยังต้องนำเข้าแอลพีจีระดับหนึ่ง ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันการนำเข้าแอลพีจีของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 แสนตันต่อเดือน แต่โรงแยกก๊าซแห่งที่ 6 มีกำลังผลิตเพียง 1 แสนตันต่อเดือน ดังนั้นเชื่อว่าไทยยังต้องนำเข้าแอลพีจี 5 หมื่นตันต่อเดือน และหากรัฐบาลไม่มีการปรับโครงสร้างราคาหลังหมดมาตรการตรึงราคาแอลพีจีในเดือน ก.พ. 2554 ก็จะยิ่งส่งเสริมการใช้ให้สิ้นเปลือง และท้ายสุดการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นปัญหาหนักในระยะยาว

“การขึ้นราคาแอลพีจีควรจะมีการปรับขึ้นทั้งระบบทุกภาคส่วนเฉลี่ยกันไปเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหาร แต่รัฐบาลคงไม่อยากให้กระทบกับผู้ใช้ภาคครัวเรือน ก็เลยวางการศึกษาไว้ 2 ราคา คือ อาจขึ้นทั้งอุตสาหกรรมและขนส่ง หรืออาจขึ้นเฉพาะภาคขนส่งอย่างเดียว ซึ่งก็คงทำได้เพราะโรงแยกก๊าซ 6 เกิด” นายมนูญ กล่าว

สำหรับการเกิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 7 ในอนาคตคงจะเป็นเรื่องลำบากเนื่องจากการลงทุนจะไม่คุ้มค่าหากรัฐบาลยังกำหนดเพดานราคาหน้าโรงแยกฯไม่ให้เกินระดับ 330 เหรียญต่อตัน ขณะเดียวกันปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่พิสูจน์แล้วจะสามารถใช้ได้เฉลี่ยเพียง 17 ปีเท่านั้น ประกอบกับการจะเกิดขึ้นจะต้องมีความต้องการที่มากพอคืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะมารองรับซึ่งมีปัญหาว่าจะเกิดในพื้นที่ใดเพราะพื้นที่แถบมาบตาพุดคงจะเกิดลำบาก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค