
รัฐลุยประมูลคลื่น900-1800
กสทช.ลุยประมูลคลื่นความถี่หลังดีแทคจะหมดสัญญา ส่งรายได้ให้รัฐกว่า 1.5-1.6 แสนล้าน พร้อมมอง 4 มาตรการลุยเศรษฐกิจ
กสทช.ลุยประมูลคลื่นความถี่หลังดีแทคจะหมดสัญญา ส่งรายได้ให้รัฐกว่า 1.5-1.6 แสนล้าน พร้อมมอง 4 มาตรการลุยเศรษฐกิจ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยในงานสัมมนา "บทบาท กสทช. ในการสร้างสังคมดิจิทัล" ว่า สิ่งที่ กสทช.กำลังดำเนินการในปีหน้ามี 4 เรื่อง คือ 1.เริ่มเฮียริ่งสาธารณะประมูลคลื่น 900 MHz มีทั้งหมด 5 MHz อย่างน้อยราคาประมูลขั้นต่ำต้องเท่าราคาประมูลครั้งที่แล้ว 3.8 หมื่นล้านบาท และ 1800 MHz ที่ยังมีอีก 3 สัญญารวม 45 MHz ซึ่งดีแทคจะหมดวันที่ 15 ก.ย. 2561 คาดว่าจะส่งรายได้ให้รัฐในปีหน้า 1.5-1.6 แสนล้านบาท และเกิดการจ้างงานต่อเนื่องจาก ผู้ประกอบการโทรคมนาคมลงทุนอีกอย่างน้อยสัญญาละ 3-4 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มประมูลเสร็จสิ้นเดือน ส.ค. 2561
2.การจัดทำเน็ตประชารัฐในโซนที่เอกชนไม่ได้ลงทุน โดยแบ่งหน้าที่กับกระทรวงดีอีในหมู่บ้าน 7.4 หมื่นแห่ง ส่งผลให้เกิดสังคมดิจิทัลและสตาร์ทอัพต่างๆ ตามมา โดยสิ่งที่ กสทช.กำลังดำเนินการคือกำลังขอว่าค่าบริการ 200 บาท/เดือน/ครัวเรือน จะให้ประชาชนใช้ฟรี เพราะสิ่งที่ได้กลับมาจากที่รัฐต้องลงทุนให้ค่าบริหารปีละ 140 ล้านบาท แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาน่าจะเกิดรายได้ให้กับประชาชนต่อครัวเรือนได้ 3,000 บาท จากการลงสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือคิดเป็นเป็นองค์รวมสร้างรายได้ให้กับประเทศกลับมาเป็นแสนล้านบาท
3.สร้างความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จะมีการใช้ข้อมูลในเชิงอัตลักษณ์ โดยใช้บัตรประชาชนเสียบและสแกนหรือถ่ายรูปลงทะเบียนซิม เป็นการลงทะเบียนเพื่อสร้างความปลอดภัยไม่ให้ใครมาใช้ข้อมูล เชื่อมกับระบบข้อมูลโมบายแบงก์กิ้ง ที่มีการเปิดใช้บริการกว่า 20 ล้านบัญชี และ
4.การใช้อินเทอร์ออฟธิงส์ (IoT) กสทช.เปิดให้ประชาชนหรือนิติบุคคลทั่วไปใช้คลื่น 920-925 MHz ได้ จะเริ่มเห็นผลได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า สร้างรายได้ให้กลับมา 3-4 หมื่นล้านบาท
สำหรับเรื่องการส่งข้อมูล บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เข้า ข่ายการปั่นหุ้นตอนประมูล 4จี และ เมื่อชนะประมูลแล้วไม่มาจ่ายเงินค่าประมูลจนต้องเจอค่าปรับไป กสทช.ส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปนานแล้ว ซึ่งทาง ก.ล.ต.ก็ไม่ได้ขอข้อมูลอะไรเพิ่มกลับมายัง กสทช.แต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ก็มองว่าเป็นอำนาจของสำนักงาน ก.ล.ต.







