
ศูนย์กลาง เอทานอลอาเซียน
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมันสำปะหลังถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของอาเซียนเพราะมีการปลูกมันสำปะหลังเกือบทุกประเทศ ยกเว้นสิงคโปร์ที่ไม่มีการปลูก ปี 2557 ทั่วโลกสามารถผลิตหัวมันสำปะหลังได้ 278 ล้านตัน และปี 2560 การผลิตยังคงเท่าเดิม (FAO Outlook, 2560) เช่น อเมริกาใต้ร้อยละ 11 เอเชียร้อยละ 33 ซึ่งร้อยละ 95 ปลูกในประเทศอาเซียน ไนจีเรียผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลกอยู่ที่ 55 ล้านตัน ตามด้วยไทย 30 ล้านตัน อินโดนีเซียและบราซิลเป็นที่ 3 ของโลกจำนวน 20 ล้านตัน ประเทศอาเซียนที่เร่งการผลิตอย่างมากคือ กัมพูชา ปี 2548 กัมพูชาปลูก 1.8 แสนไร่ ปี 2559 เพิ่มเป็น 4.3 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 15 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 3.8 ตัน/ไร่ ในอาเซียนไทยมีการผลิตมากที่สุด ตามด้วยอินโดนีเซียและเวียดนามที่ผลิตอยู่ที่ 10 ล้านตัน
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
มันสำปะหลังถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของอาเซียนเพราะมีการปลูกมันสำปะหลังเกือบทุกประเทศ ยกเว้นสิงคโปร์ที่ไม่มีการปลูก ปี 2557 ทั่วโลกสามารถผลิตหัวมันสำปะหลังได้ 278 ล้านตัน และปี 2560 การผลิตยังคงเท่าเดิม (FAO Outlook, 2560) เช่น อเมริกาใต้ร้อยละ 11 เอเชียร้อยละ 33 ซึ่งร้อยละ 95 ปลูกในประเทศอาเซียน ไนจีเรียผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลกอยู่ที่ 55 ล้านตัน ตามด้วยไทย 30 ล้านตัน อินโดนีเซียและบราซิลเป็นที่ 3 ของโลกจำนวน 20 ล้านตัน ประเทศอาเซียนที่เร่งการผลิตอย่างมากคือ กัมพูชา ปี 2548 กัมพูชาปลูก 1.8 แสนไร่ ปี 2559 เพิ่มเป็น 4.3 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 15 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 3.8 ตัน/ไร่ ในอาเซียนไทยมีการผลิตมากที่สุด ตามด้วยอินโดนีเซียและเวียดนามที่ผลิตอยู่ที่ 10 ล้านตัน
ทั้งนี้ คาดว่าอาเซียนจะผลิตมันสำปะหลังในปี 2560 อยู่ที่ 80 ล้านตัน ในจำนวนการผลิตของไทยที่ 30 ล้านตัน ไทยส่งออกมากที่สุดของโลกจำนวน 26 ล้านตัน เวียดนามจำนวน 3 ล้านตัน และกัมพูชาจำนวน 1.5 ล้านตัน เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ว่าอินโดนีเซียสามารถผลิตได้เป็นอันดับ 2 ของอาเซียนก็ตาม แต่อินโดนีเซียก็ส่งออกมันสำปะหลังน้อยมาก เนื่องมาจากความต้องการใช้ภายในประเทศมีค่อนข้างสูง หากแยกพิจารณาพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังของแต่ละประเทศ พบว่าอินโดนีเซียส่วนใหญ่ปลูกที่เกาะชวาและสุมาตรา
ส่วนกัมพูชาปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ เช่น จังหวัดกัมปงจาม บันเตียเมียนเจย มีผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 3.4 ตัน/ไร่ ในขณะที่ สปป.ลาว ปลูกจำนวน 1 แสนไร่ รองจากข้าวโพดที่ปลูกอยู่ที่ 8 แสนไร่ ส่วนใหญ่ปลูกที่จังหวัดบอริคำไส คำมวน มีผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ 4 ตัน/ไร่ ด้านไทยผลิตที่ 3.5 ตัน/ไร่ ประเทศมีผลผลิตต่อไร่สูงของอาเซียนคือ มาเลเซียอยู่ที่ 4.6 ตัน/ไร่ โดยมันสำปะหลังได้รับการขนานนามว่าเป็น "พืชมหัศจรรย์" เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในหลายอุตสาหกรรมและสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
มันสำปะหลังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมาก สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยปีละ 7.5 หมื่นล้านบาท (ปี 2557) ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี มีครัวเรือนที่ปลูก 5 แสนครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนเกษตรทั้งหมด 5.7 ล้านครัวเรือน ในจำนวนมูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังทั้งหมดนั้น เป็นการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดมูลค่า 48,864 ล้านบาท อีก 2 หมื่นกว่าล้านบาทเป็นการส่งออกแป้งมัน ในจำนวนของมันเส้นและอัดเม็ดนั้น เป็นการส่งออกมันเส้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยประเทศที่มีการซื้อมันเส้นจากไทยมากที่สุด คือประเทศจีนคิดเป็นร้อยละ 99 ส่วนแป้งมันก็ยังเป็นประเทศจีนที่มีการนำเข้าจากประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 50 ที่เหลือเป็นการนำเข้า
จากประเทศไต้หวัน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย การนำเข้ามันเส้นของประเทศจีนเพื่อนำไปใช้ทำเอทานอล สัดส่วนการทำเอทานอลของประเทศจีนคือ ร้อยละ 73 มาจากข้าวโพด ส่วนมันสำปะหลังทำเอทานอลร้อยละ 24 ในเอเชีย ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการผลิตเอทานอลมากที่สุดตามด้วยประเทศไทยปีละ 960 ล้านลิตร มีความต้องการใช้ในประเทศปีละ 800 ล้านลิตร ประเทศอินเดียที่ผลิตเอทานอลได้ปีละ 750 ล้านลิตร (ไม่พอกับความต้องการในประเทศ) ส่วนเวียดนามสามารถเอทานอลได้ปีละ 40 ล้านลิตร/ปี จีนใช้เอทานอลปีละ 2,000 ล้านลิตร
ในแต่ละปีจีนต้องผลิตให้ได้จำนวนดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม เมื่อพิจารณาถึงการเป็น "ศูนย์กลางการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังของอาเซียน" ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุด โดยผมได้โอกาสเก็บข้อมูลกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ก่อตั้งปี 2553 อยู่ที่ 333 หมู่ 9 ต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมโรงแป้งมันสำปะหลัง และพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมพลังงานครบวงจร ธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือผลิตเอทานอล ผลิตแป้งมันสำปะหลัง และธุรกิจผลิตก๊าซชีวภาพ และผลิตกระแสไฟฟ้า ปี 2554 ร่วมทุนกับบริษัทไทยออยล์และบางจากเพื่อผลิตเอทานอล ปัจจุบันผลิตได้ 4 แสนลิตร/วัน ซึ่งมากที่สุดในอาเซียน เป็นการซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรที่ปลูก 5 แสนไร่ 1 แสนครัวเรือน ซื้อมันสำปะหลังสดวันละ 2,400 ตัน/วัน และมันเส้น 1,200 ตัน/วัน ผ่านทางลานมันและหน้าโรงงาน โดยเอทานอล 1 ลิตร ใช้มันสำปะหลังสด 5.6 กิโลกรัม และหากใช้มันสำปะหลังเส้นต้องใช้ 2.5 กิโลกรัม







