posttoday
เอกชนจ่อปักหมุดลงทุนอีอีซี

เอกชนจ่อปักหมุดลงทุนอีอีซี

04 ธันวาคม 2560

กรอ.มองทิศทางลงทุนอุตสาหกรรมปีหน้าเพิ่มขึ้น รองรับพื้นที่อีอีซี ล่าสุดจีน ญี่ปุ่นสนใจตั้งเขตกำจัดกากอุตสาหกรรม

กรอ.มองทิศทางลงทุนอุตสาหกรรมปีหน้าเพิ่มขึ้น รองรับพื้นที่อีอีซี ล่าสุดจีน ญี่ปุ่นสนใจตั้งเขตกำจัดกากอุตสาหกรรม

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป คาดว่าการลงทุนของประเทศจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะมูลค่าลงทุนของภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ต่อปี จากปัจจุบันยอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) จะอยู่ประมาณ 5-6 แสนล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-10% ต่อปี

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งรัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ในระหว่างนี้คงต้องขึ้นอยู่กับความชัดเจนของร่าง พ.ร.บ.อีอีซีว่าจะสามารถประกาศใช้เป็นทางการได้เมื่อไร เนื่องจากนักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด โดยจากการหารือกับนักลงทุนหลายรายแสดงความเห็นว่าหากกฎหมายมีความชัดเจนก็พร้อมลงทุนได้ทันที

สำหรับการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย นอกจากจะยกระดับอุตสาหกรรมประเทศตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 แล้ว ยังพบว่ามีนักลงทุนต่างชาติจากจีนและญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรมด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วย โดยการลงทุนน่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่ของไทยที่เชี่ยวชาญด้านการกำจัดกากร่วมลงทุนด้วย เป็นการรองรับกากอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก เพราะในช่วง 5 ปี (2560-2564) รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้มีการลงทุนในพื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2560) มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 4,708 โรงงาน ลดลง 0.50% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่มีอยู่ 4,732 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 4.16 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในรอบ 11 เดือน ได้แก่ อาหาร 4.73 หมื่นล้านบาท ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่าการลงทุน 4.7 หมื่นล้านบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มูลค่าการลงทุน 3.62 หมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตโลหะขั้นมูลฐาน 2.42 หมื่นล้านบาท แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ 2.26 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการเฉพาะในเดือน พ.ย. 2560 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 388 โรงงาน ลดลง 7.61% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่มีอยู่ที่ 420 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 2.51 หมื่นล้านบาท ลดลง 28.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 3.51 หมื่นล้านบาท

ด้านการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการในเดือน ม.ค.-พ.ย. 2560 แบ่งเป็น 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) จำนวน 1,364 โรงงาน เงินลงทุน 1.51 แสนล้านบาท โดยพบว่า อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารมีการขอใบอนุญาตมากที่สุด จำนวน 897 โรงงาน เงินลงทุน 6.38 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 162 โรงงาน เงินลงทุน 4.14 หมื่นล้านบาท ยานยนต์ 103 โรงงาน เงินลงทุน 3.53 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก