
กลต.แก้กม.PVDหนุนออม
ก.ล.ต.แก้กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับขั้นต่ำเพิ่มเป็น 3% ส่งเสริมการออมหลังคนไทยมีเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ
ก.ล.ต.แก้กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับขั้นต่ำเพิ่มเป็น 3% ส่งเสริมการออมหลังคนไทยมีเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ
นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ร่วมผลักดันให้แก้ไขกฎหมายกำหนดเงินสมทบของลูกจ้างและนายจ้างในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ (PVD) เพิ่มเป็น 3-30% จากปัจจุบัน 2-15% ให้สอดคล้องกับอัตราส่งเงินสมทบของ กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) โดยจะเริ่มจากบริษัทที่มีการจ้างงาน 100 คนขึ้นไปก่อน และพิจารณาปรับนโยบายการลงทุนได้กว้างขึ้นให้ผลตอบแทนดีขึ้น มีเกณฑ์ดูแลผู้จัดการกองทุน เป็นการช่วยสร้างมาตรฐานและทำให้เกิดการออมมากขึ้นอีกทาง
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว อยู่ในการพิจารณาของกระทรวงการคลัง หากไม่มีประเด็นที่ต้องแก้ไขก็ส่งเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ในเร็วๆ นี้
"คนไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปี แต่ข้อมูลกลับพบว่ามีสมาชิกสมัครใจเข้าระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 2.9 ล้านคน เป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด ที่สำคัญคนที่อยู่ในระบบแล้วก็ยังมีเงินออมสะสมไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตหลังเกษียณ" นางทิพยสุดา กล่าว
เนื่องจากคนเกษียณโดยมากมีเงินสะสมที่ 1 ล้านบาท ทั้งที่ข้อมูลงานวิจัยระบุว่าควรมี 2.1-2.9 ล้านบาทสำหรับผู้ชาย และ 2.5-3 ล้านบาทในผู้หญิง เงินสะสมที่น้อยอาจเพราะผลตอบแทนต่ำและไม่ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิก ส่วนหนึ่งเพราะกฎหมายจำกัดความเสี่ยงในการนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุน บวกกับดอกเบี้ยต่ำ ดอกผลที่ได้น้อย
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กล่าวว่า คนไทย 2 ใน 3 ของประชากรจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยไม่มีเงินออม จึงควรส่งเสริมให้ออมภาคบังคับมากขึ้น ปีนี้สมาคมจัดประกวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีเด่น ครั้งที่ 6 เพื่อหากองทุนที่มีการบริหารจัดการที่ดีเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกองทุน โดยนำเกณฑ์การมี ธรรมาภิบาลมาพิจารณาด้วยเป็นปีแรก โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 12 ธ.ค.ปีนี้







