
ดุกแดดเดียว บุกตลาดนอก
พงษ์พัทธ์ วงศ์ยะลาปลาดุกนั้นถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก เพื่อเอาไว้จำหน่าย การนำปลาดุกมาเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้อย่างงาม พัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าปลาดุกแปรรูปครบวงจร หลังประสบปัญหาราคาไม่แน่นอนและถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลาง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์หลากหลายเพิ่มมูลค่าสินค้าหลายเท่าตัวและส่งออกสร้างรายได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี
พงษ์พัทธ์ วงศ์ยะลา
ปลาดุกนั้นถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก เพื่อเอาไว้จำหน่าย การนำปลาดุกมาเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้อย่างงาม พัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าปลาดุกแปรรูปครบวงจร หลังประสบปัญหาราคาไม่แน่นอนและถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลาง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์หลากหลายเพิ่มมูลค่าสินค้าหลายเท่าตัวและส่งออกสร้างรายได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี
ดอกรัก สุคนที ประธานกลุ่มแปรรูปอาหารจากปลาดุก แบรนด์ "รักษ์ปทุมและน้องพร" จ.ปทุมธานี บอกว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุก ส่วนใหญ่ไม่ประสบปัญหาด้านราคาตกต่ำ เพราะสามารถนำปลาที่เลี้ยงไว้ทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มส่งขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ซึ่งปลาดุกแปรรูปส่งออกเป็นอีกสินค้า ส่งออกที่สดใส เพราะตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงมาก เนื่องจากปลาดุก จากประเทศไทยมีกระบวนการผลิตมีคุณภาพมาตรฐานสากล
ส่วนขั้นตอนการเลี้ยงก็ได้มาตรฐานสากล โดยอาหารเลี้ยงปลานั้นจะบดให้ปลากินในแต่ละวันผสมด้วยจุลินทรีย์ลงไปด้วย คือ น้ำที่หมักจากอีเอ็มกาก น้ำตาล เมื่อปลาเลี้ยงไว้กินอาหารบดเข้าไป ระบบย่อยก็จะดี ไม่เจ็บป่วยง่าย ทำให้การเจริญเติบโตดี ที่สำคัญอาหารบดที่ปลากินไม่หมด มันจะกลายเป็นของเสียที่อยู่ในบ่อ จุลินทรีย์พวกนี้ก็จะช่วยในเรื่องการบำบัดน้ำ ทำให้ของเสียไม่มี น้ำก็ไม่เหม็น
"หลังจากเลี้ยงปลาดุกเติบโตได้เต็มที่แล้ว ก็จับปลาขึ้นมาแปรรูปด้วยการตากแห้งด้วยแสงแดด โดยจะไม่ใช้สารกันปูดปรุงแต่ง แต่จะใช้เกลือเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสูตรอร่อยเฉพาะที่ การันตีความอร่อยระดับ 5 ดาว เพราะไม่เป็นโทษแก่ผู้บริโภค กลายเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ปลาดุกแดดเดียวปลอดภัยไร้สารพิษ" ดอกรัก กล่าว
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลาแดดเดียวแปรรูปแบรนด์รักษ์ปทุมมีหลากหลายเมนู เพื่อตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ เช่น ปลาดุกแดดเดียว ปลาดุกผัดพริกขิง ปลาดุกฟู ปลาดุกอินทรีย์ ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายอันดับหนึ่ง เพราะมีจุดเด่นตรงที่มีการแพ็กสุญญากาศ รักษาคุณภาพของสินค้า ซึ่งจะทำให้ ปลายังคงความสด เนื้อนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง รวมทั้งไม่ดูดซับกลิ่นจาก เนื้อสัตว์อื่นๆ ที่แช่รวมกันอยู่ภายใน ตู้เย็น เมื่อนำมาประกอบอาหาร จะได้เนื้อปลาแดดเดียวที่มีความสด ใหม่ สะอาด เนื้อหนา นุ่ม
ดอกรักบอกว่า ปัจจุบันได้ส่งออกไปจำหน่ายในกลุ่มตลาดอาเซียนและจีน ส่วนตลาดยุโรปมีแผนทำการตลาดปีหน้า ซึ่งมั่นใจว่าจะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างแน่นอน เพราะผลิตภัณฑ์ปลาดุกแดดเดียวจากประเทศไทยชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นใจในกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานที่สำคัญปลอดสารพิษกันปูด
สำหรับแนวคิดการผลิตปลาดุกแดดเดียวออกสู่ตลาด โดยกลุ่มได้ยึดหลักตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง จึงใช้วัตถุดิบในหมู่บ้านมาประกอบอาหารในครัวเรือนได้อย่างปลอดภัย จากสารพิษ เนื่องจากผลิตเองกินเอง และยังสามารถสร้างรายได้เข้าหมู่บ้านจากอาชีพเสริม ทำให้ลด ต้นทุนกระบวนการผลิตได้ โดยนำ ปลาดุกที่เลี้ยงมาทำเป็นปลาดุกแดดเดียว เน้นความสด สะอาด เนื้อแห้ง ไม่ใส่สารกันบูด ที่สำคัญปลอดสารเคมี เพาะเลี้ยงปลาด้วยระบบชีวภาพ ซึ่งแบรนด์รักษ์ปทุมการันตีว่าสินค้ามีมาตรฐานความอร่อยระดับ 5 ดาว โดยทุกวันนี้สามารถผลิตสู่ตลาด 3,000 กิโลกรัม/วัน รองรับการบริโภคในประเทศและการส่งออก







