
ตรึงดอกเบี้ยดันศก.
คลังไฟเขียวกรอบเงินเฟ้อ ธปท.ปี 2561 ที่ 1-4% คาดดันเศรษฐกิจได้โตเต็มศักยภาพ 4-5%
คลังไฟเขียวกรอบเงินเฟ้อ ธปท.ปี 2561 ที่ 1-4% คาดดันเศรษฐกิจได้โตเต็มศักยภาพ 4-5%
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เห็นชอบกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอมา คือ 2.5% บวกลบ 1.5% หรืออยู่ในช่วง 1-4% ซึ่ง ธปท. ยืนยันกับคลังว่า ยังเป็นระดับที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ 4-5% อย่างที่ รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ และคาดว่าคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกลางเดือน ธ.ค. 2560 และมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ม.ค. 2561
นอกจากนี้ ธปท.ได้ยืนยันกับคลังว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2561 จะอยู่ในกรอบเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ หลังจากที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย มาต่อเนื่อง 3 ปี เนื่องจากตอนนี้ปัจจัยเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการฟื้นตัวเศรษฐกิจการค้าขายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เห็นได้ชัดจากการ ส่งออกที่ขยายตัวได้มาก และการลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มขยายตัวจากความเชื่อมั่นการดูแลเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนอย่างรวดเร็ว และมีมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ธปท.จึงเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2561 จะปรับขึ้นมาอยู่ในกรอบเป้าหมาย อย่างช้าไม่เกินกลางปี 2561
สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2561 ทาง ธปท.จะคงระดับไว้ที่ 1.5% เหมือนเดิม เพราะเห็นว่าเป็นระดับที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพดีอยู่แลัว ส่วนการจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. จะดูเรื่องปัจจัยการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐเป็นสำคัญ เพื่อดูแลเรื่องเงินทุนไหลเข้าออกไม่ให้เกิดความผันผวนกับการลงทุนและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังไม่ต้องการให้ ธปท.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจกำลังขยายตัวได้ต่อเนื่องเต็มศักยภาพที่ 4-5% อย่างช้าในปี 2561 หาก ธปท.มาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตอนนี้เศรษฐกิจจะชะงักทันที ซึ่งที่รัฐบาลพยายามทำมาในการประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องก็จะพังลงทันที
นอกจากนี้ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร ทำให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินมาฝากกินดอกเบี้ยกับ ธปท.จำนวนมาก คาดว่าตอนนี้มีสถาบันการเงินฝากเงินในตลาดอาร์พีของ ธปท. ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท ธปท.ต้องเสียดอกเบี้ย 1.5% หรือ ปีละ 4.5 หมื่นล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ คาดว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ตลอดปี 2561 ภายใต้ การฟื้นตัวของความต้องการในประเทศยังไม่กระจายตัว และอัตราเงินเฟ้อทยอยฟื้นตัวอย่างช้าๆ
นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ ได้เพิ่มคาดการณ์อัตราเติบโตเศรษฐกิจปี 2561 เป็น 4.1% จากเดิมที่ 3.8% โดยคาดว่าการส่งออกและการท่องเที่ยวในปี 2560 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง การลงทุนภาครัฐจะกลับมา เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นำโดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) สำหรับการ ลงทุนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น โดยได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน







