
ระบบสวัสดิการผู้สูงอายุ (2)
ศ.ระพีพรรณ คำหอม ชุดหัวหน้าโครงการ สกว.และคณะ การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเวทีเสวนาวิชาการชุด "การวิจัยเพื่อฝ่าข้ามความเหลื่อมล้ำ : คนพิการและผู้สูงอายุ" ได้เผยผลการศึกษาชุดโครงการ "การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม" ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งแม้นโยบายรัฐจะให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันด้านรายได้ผู้สูงอายุ แต่จะเน้นผู้สูงอายุในระบบที่ได้รับการดูแลในกองทุนประเภทต่างๆ เท่านั้น
ศ.ระพีพรรณ คำหอม ชุดหัวหน้าโครงการ สกว.และคณะ การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ในเวทีเสวนาวิชาการชุด "การวิจัยเพื่อฝ่าข้ามความเหลื่อมล้ำ : คนพิการและผู้สูงอายุ" ได้เผยผลการศึกษาชุดโครงการ "การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม" ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งแม้นโยบายรัฐจะให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันด้านรายได้ผู้สูงอายุ แต่จะเน้นผู้สูงอายุในระบบที่ได้รับการดูแลในกองทุนประเภทต่างๆ เท่านั้น
ผลการวิจัยพบว่าวัยสูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูงที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์จีนี พบว่าประชากรกลุ่มนี้มีความแตกต่างทางรายได้มากที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีการออมที่เพียงพอและต้องพึ่งพารายได้จากบุคคลอื่น มีเพียงส่วนน้อยที่มีโอกาสในการทำงานและสะสมทรัพย์สินไว้จำนวนมาก ดังนั้น การมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้เตรียมความพร้อมทั้งการออม และสวัสดิการ จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
หลักประกันรายได้หลังเกษียณอายุยังไม่ครอบคลุมวัยแรงงานและผู้สูงอายุทั้งหมด
ในปี 2556 ผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่ได้รับบำเหน็จบำนาญราชการและบำเหน็จจากกองทุนประกันสังคมมีเพียงร้อยละ 8.4 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ร้อยละ 92 ไม่มีบำเหน็จบำนาญ นอกเหนือจากเบี้ยยังชีพ ขณะที่มีแรงงานเพียงร้อยละ 35 ที่มีหลักประกันรายได้หลังเกษียณอายุ จึงสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงหลักประกันทางสังคมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต
ความเหลื่อมล้ำในการเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้สูงอายุ
ตลาดแรงงานยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุจำนวน 3.5 ล้านคน มีเพียงร้อยละ 9.2 ที่ทำงานในระบบ ขณะที่กว่าร้อยละ 90.8 ทำงานนอกระบบ เช่น เกษตรกรรม ประมง ค้าขาย และงานฝีมือต่างๆ ซึ่งประสบกับปัญหาจากการทำงาน อาทิ ค่าตอบแทน การจ้างงานไม่ต่อเนื่อง และไม่มีสวัสดิการ แตกต่างกับแรงงานวัยอื่นที่มีโอกาสทำงานในระบบที่มีความมั่นคงทางรายได้และสวัสดิการมากกว่า
การเพิ่มขึ้นของแรงงานข้ามชาติส่งผลกระทบต่อการจัดสรรทรัพยากรและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
กำลังแรงงานที่ลดลงทำให้ไทยต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และสวัสดิการอื่นๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันพบว่าแรงงานข้ามชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 8.16 แสนคน เป็น 1.4 ล้านคน ในปี 2557







