posttoday
เดินหน้าปฏิรูป

เดินหน้าปฏิรูป

28 พฤศจิกายน 2560

รัฐวิสาหกิจถือเป็นหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยปี 2547 มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 4.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ปี 2559 ที่ผ่านมา มูลค่าสินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจเพิ่มเป็น 15 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 110% ของจีดีพี

รัฐวิสาหกิจถือเป็นหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยปี 2547 มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 4.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ปี 2559 ที่ผ่านมา มูลค่าสินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจเพิ่มเป็น 15 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 110% ของจีดีพี

เพราะฉะนั้นหากสามารถพัฒนาศักยภาพ เพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจได้จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของไทยได้มาก แต่หากไม่สามารถทำได้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีผลขาดทุนต่อเนื่อง เป็นภาระด้านงบประมาณ ที่รัฐต้องจ่ายให้กับองค์กรเหล่านี้

รัฐบาลชุดปัจจุบันมุ่งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจผ่านแนวทางปฏิรูป ด้วยการผ่านร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... (ร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ) ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจได้จริงหรือไม่ หรือเปิดให้รัฐบาลเข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

หลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฉบับนี้ คือการแยกกลุ่มธุรกิจตามวัตถุประสงค์ ให้รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายจัดตั้ง มีบทบาทในเชิงสังคมไปอยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่วนที่เป็นเชิงธุรกิจเป็นบริษัทให้ไปอยู่ในการดูแลของบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ตรงนี้ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นสมบัติผลัดกันชมหรือไม่

อย่างที่ทราบ รัฐวิสาหกิจถูกมองเป็นขุมทรัพย์ให้กลุ่มผู้มีอำนาจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาแสวงหารายได้ตลอดมา และไม่ได้มีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนารัฐวิสาหกิจเหล่านี้ให้พัฒนาและสามารถพึ่งตนเองได้ อาศัยความเป็นเสือนอนกิน สร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้มีอำนาจหลายต่อหลายชุดที่แวะเวียนกันเข้ามาบริหารองค์กรเหล่านี้ ทำให้รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีแต่แห้งตายลงช้าๆ มีน้อยแห่งมากที่จะประสบความสำเร็จ

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ออกตัวแล้วว่าการจัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ สิ่งสำคัญเพื่อเตรียมรัฐวิสาหกิจให้เข้มแข็ง มีระบบการกำกับดูแลที่ดี มีการบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล สามารถรองรับความไม่แน่นอนในอนาคตได้ ส่วนจะนำไปสู่การปฏิรูปได้หรือไม่นั้น ยังคงมีอีกหลายขั้นตอนในการพิจารณา แต่ในเบื้องต้นเป็นการเตรียมความพร้อมองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับปี 2561 รัฐบาลชุดนี้จะยิ่งเร่งขับเคลื่อนการลงทุนผ่านโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ซึ่งรัฐวิสาหกิจมีศักยภาพในการลงทุนมากกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมายังไม่เห็นการลงทุนที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนัก ในแง่รัฐบาลสามารถใช้มาตรการเชิงบริหารจัดการ บังคับให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเหล่านี้เร่งลงทุนได้ โดยใช้เป็นดัชนีในการประเมินผลงานของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สคร. และกระทรวงการคลัง ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจเองต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เลิกเป็นเสือนอนกิน หันมาเป็นเสือนักล่า เพื่อเพิ่มพูนสินทรัพย์ขององค์กร และเพิ่มความภาคภูมิใจในการเป็นองค์กรหลักของประเทศ ที่สร้างประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน ผู้ใช้บริการ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วย อย่างนี้ถึงจะเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง n

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย