posttoday
นักการเมืองที่รอคอย

นักการเมืองที่รอคอย

27 พฤศจิกายน 2560

กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด ว.วชิรเมธี ได้สรุปให้ผู้อ่านทุกคนที่รอคอยความหวังว่าจะมีนักการเมืองในประเทศไทยยุคหน้า ที่จะมาปัดเป่าทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนน้อยใหญ่ไว้อย่างไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายและน่าฟังดังนี้

กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด

ว.วชิรเมธี ได้สรุปให้ผู้อ่านทุกคนที่รอคอยความหวังว่าจะมีนักการเมืองในประเทศไทยยุคหน้า ที่จะมาปัดเป่าทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนน้อยใหญ่ไว้อย่างไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายและน่าฟังดังนี้

1) นักการเมืองต้องเป็นผู้ให้ เพราะหากนักการเมืองปราศจากการให้ ตรงกันข้ามนักการเมืองจะเป็นผู้กอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์ กลายเป็นการทำงานที่มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง

2) นักการเมืองต้องเป็นผู้ที่มีจริยธรรมดีเด่น สามารถเป็นบุคคลต้นแบบให้กับพลเมืองของโลกได้ เพราะบุคคลเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมที่น่าเชื่อถือ สามารถเอาชนะใจประชาชนได้

3) นักการเมืองจะต้องมีความเสียสละ สามารถบริจาคการกระทำเพื่อส่วนรวมได้ เพราะประโยชน์ของชาติจะต้องมาก่อนความสำคัญของส่วนตัว

4) นักการเมืองต้องเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริต ต้องไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยตนเองหรือชักชวน ร่วมมือ ให้ลู่ทางแก่พวกพ้องในการบริหารบ้านเมืองจนกลายเป็นธรรมชาติของการเมืองไทย

5) นักการเมืองต้องเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน เพราะจะทำให้ใกล้ชิดประชาชน จนเกิดปฏิสัมพันธ์ รับรู้ปัญหาเชิงลึกได้อย่างเข้าใจ นำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องจึงจะเข้าไปสู่หัวใจของประชาชนได้

6) นักการเมืองจะต้องเป็นผู้มีความพากเพียร มีความอุตสาหะ มุมานะในการงาน ไม่เกียจคร้านและต้องข่มเกลากิเลสที่ไม่เป็นชอบ เพราะการเมืองมีกิเลสที่ยั่วเย้าให้ประพฤติมิชอบอยู่ตลอดเวลา

7) นักการเมืองต้องไม่ลุแก่โทสะ หากนักการเมืองมีอารมณ์ ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด ย่อมทำงานโดยปราศจากสติ ทำให้ตัดสินใจหุนหันพลันแล่น การบริหารราชการแผ่นดินย่อมขาดความเที่ยงธรรม

8) นักการเมืองย่อมต้องไม่เบียดเบียนประชาชน เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ ย่อมใช้อำนาจโดยบัญชาการ ออกกฎหมาย เช่น ขูดรีดภาษี ปรับราคาสินค้า เอื้ออำนวยแก่ตนหรือพวกพ้อง ญาติตระกูลได้ นักการเมืองจึงต้องระวังในการใช้อำนาจ เพราะอำนาจจะย้อนกลับมาเบียดเบียนตนเองได้

9) นักการเมืองต้องเป็นผู้มีความอดทน อย่างน้อยสามประการ คือ อดทนต่อการแบกรับภาระประเทศชาติ อดทนต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกตรวจสอบ และอดทนต่อการบริหารบ้านเมือง ในแง่ความอดทนนี้ ต่อให้นักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถแล้วก็ตาม หากปราศจากซึ่งความอดทน มักจะไม่สามารถต้านแรงการเมืองได้ ดังจะเห็นได้จากอดีตที่เราสูญเสียนักการเมืองน้ำดีไปหลายต่อหลายคน เป็นเพราะขาดความอดทนดังที่กล่าวมาข้างต้น

10) นักการเมืองต้องเป็นผู้ที่มีความเที่ยงธรรม กล่าวคือ ต้องยึดหลักใน "ธรรมาธิปไตย" หรือนักการเมืองจะต้องดำรงไว้ซึ่งหลักในการบริหารราชการแผ่นดินที่เต็มไปด้วยศักยภาพในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดที่อาจารย์ ว.วชิรเมธี ได้กล่าวมานี้ก็คือ หลักทศพิธราชธรรมที่ผู้ปกครองบ้านเมืองควรจะยึดถือเป็นต้นแบบและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน มนุษย์ทุกคนมีปัจจัยในการดำรงชีวิตอยู่สองอย่างก็คือ เศรษฐกิจและสังคม เศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องของปากท้อง มีความรู้อยู่ก็เพื่อไม่ให้อดอยากและรู้จักการทำมาหากิน ส่วนสังคมเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ที่ต้องมีระเบียบคอยกำกับให้อยู่รวมกันเป็นไปด้วยความปกติสุข

แต่ที่เราขาดอย่างมาก คือ การศึกษาถึงกฎระเบียบทางด้านศีลธรรมที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำรงชีพ เป็นเครื่องมือที่ควรปลูกฝังให้มีพร้อมตั้งแต่เยาว์วัยไปจนกระทั่งเติบโตจนได้โอกาสไปบริหารประเทศ ที่เรียกว่า "นักการเมือง" เราทุกคนได้เล่าเรียนศึกษาตั้งแต่ยังเล็กถึงหน้าที่พลเมืองศีลธรรม ในที่สุดก็ลืมถึงกับต้องมาเรียกร้องว่า "หากศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ"

ถึงเวลาแล้วที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยควรมีเครื่องมือตรวจสอบ "จริยธรรมนักการเมือง" ก่อนจะเข้าดำรงตำแหน่งในสภา อดีตที่ผ่านมาสภาไทย เป็นสภาของ "ผู้มีเงินอันทรงเกียรติ" ซึ่งไม่สามารถชี้วัดได้เลยว่าเป็น "คนดีที่ตรวจสอบได้" หากใช้มาตรฐานของ "ทศพิธ ราชธรรม" เป็นเครื่องมือในการวัดและประเมินมาตรฐานนักการเมืองไทย วันนั้นเราจะได้เห็นการเมืองในอุดมคติของชาวไทยตลอดไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ