
สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กับบาทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค 4.0
บทบาทและภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรววงอุตสาหกรรม ในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กล่าวถึงบทบาทและภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรววงอุตสาหกรรม ในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ รวมถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ด้วยนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 โดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New s-curve) เป็นส่วนที่ TGI ต้องเข้ามารับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เป็นการต่อยอดในเรื่องของระบบอัตโนมัติที่ TGI ทำอยู่แล้ว ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation อยู่ในอุตสาหกรรม 3.0 ส่วนหุ่นยนต์ หรือ Robot ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Automation ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะประเทศไทยเผชิญกับการขาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมมาแล้วนับ 10 ปี ซึ่งเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตก็จะยังคงไม่เพียงพอ ทำให้ไม่เกิดผลิตภาพ ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งในอนาคต
รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงอุตสาหกรรม โดย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ โดยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สาระสำคัญในมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 5 มาตรการ ได้แก่
มาตรการที่ 1 : มาตรการทางด้านการตลาด (Marketing) เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตธุรกิจบริการให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Demand Driven) โดยกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเนื่องจากการลงทุนซื้อหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งประมาณการว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80-90 ในการทดแทนเครื่องจักรเดิม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
มาตรการที่ 2 : มาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ System Integrator (SI) ในประเทศไทย เพื่อผลักดัน System Integrator (SI) ให้มีจำนวนเพียงพอในการรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต (ปัจจุบัน SI ที่มีศักยภาพมีจำนวนเพียง 200 ราย)
มาตรการที่ 3 : มาตรการสร้างอุปทาน (Supply) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต มาตรฐานและผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
มาตรการที่ 4 : มาตรการสร้าง Center of Robotics Excellence (CoRE) สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการส่งเสริมการใช้งานด้านต่างๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยบูรณาการความร่วมมือเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงานชั้นนำของประเทศ 8 หน่วยงาน โดย TGI ทำหน้าที่บริหารจัดการ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเอกชนชั้นนำในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์ ภายใน 5 ปี
มาตรการที่ 5 : มาตรการด้านอื่น ๆ
"กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขานรับต่อมาตรการดังกล่าว โดย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ระหว่าง สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทั้งนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center of Robotic Excellence : CoRE) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากสถาบันการศึกษาไปสู่การผลิตของภาคอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเป็นกลไกการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของประเทศด้วยการพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ กำหนดมาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำการผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีความซับซ้อนโดยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง"
ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน กล่าวต่อไปว่า การใช้หุ่นยนต์ในประเทศไทยในปัจจุบันเมื่อเทียบกับนานาประเทศทั่วโลกยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนความหนาแน่นของการใช้หุ่นยนต์ของโลก จึงจำเป็นต้องหามาตรการที่จะเพิ่มผู้ใช้หุ่นยนต์ให้มากขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์เติบโตขึ้นตามไปด้วย ภาครัฐโดยกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะมอบสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้หุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของ TGI จะต้องผลักดันโครงต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีในส่วนของ CoRE ตลอดจนจัดทำโครงการที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผู้ทำหน้าที่ออกแบบ ติดตั้งระบบอัตโนมัติ (System Integrator :SI) 1,400 คน ตามเป้าหมายใน 5 ปี ในส่วนภาคการศึกษาก็จะเริ่มผลิตบุคลากรทางด้านนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ก็จะต้องยกระดับความสามารถของช่าง และวิศวกร ด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งที่จะเห็นในระยะเวลา 1-3 ปีจากนี้จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมากขึ้น มีการใช้หุ่นยนต์มากขึ้น และจะได้เห็นการขับเคลื่อนของภาคเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้ร่วมลงนามในความร่วมมือฯ ในการสร้างผู้ทำหน้าที่ออกแบบ ติดตั้งระบบอัตโนมัติ (SI) ให้เกิดมากขึ้นด้วย







