
ปิดคดี แคลิฟอร์เนีย ว้าว
จากฐานข้อมูลจริง คดีหมายเลขแดงที่ ล.3777/2555 เรื่อง บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ มหากาพย์ที่เดินมาถึงที่สุดของขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย คือ การแจ้งให้เจ้าหนี้ ทั้ง 1,475 ราย ไปรับส่วนแบ่งครั้งที่สุด (ครั้งเดียว) ในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 นี้
จากฐานข้อมูลจริง คดีหมายเลขแดงที่ ล.3777/2555 เรื่อง บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ มหากาพย์ที่เดินมาถึงที่สุดของขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย คือ การแจ้งให้เจ้าหนี้ ทั้ง 1,475 ราย ไปรับส่วนแบ่งครั้งที่สุด (ครั้งเดียว) ในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 นี้
สำหรับคดีทั่วไปอาจเป็นเรื่องปกติของ พ.ร.บ.ล้มละลาย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องมหากาพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2548-2557 เชื่อว่าหลายท่านยังจำกันได้และอาจเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นที่กลายเป็น "เหยื่อ" ต้องสูญเงินลงทุนกับหุ้น "CAWOW"
ข้อมูลด้านคดีความ : เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทย์ คือ ธนาคารกรุงเทพ ลูกหนี้ คือ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์ พีเรียนซ์ ด้วยหนี้สิน 599.07 ล้านบาท กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าหลังบริษัทนี้ล้มละลาย การไต่สวนข้อมูลดำเนินไปตามลำดับ มีการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดใน 3 หมวด คือ ทรัพย์หมาย ก ข และ ค จำนวน 8 ครั้ง ระหว่าง มิ.ย.- พ.ย. 2557 ณ ศูนย์การค้าเมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ รัชโยธิน ล้วนเป็นสินค้าที่ยึดได้ อาทิ ลู่วิ่งไฟฟ้า เครื่องขี่จักรยาน เวทีมวย ทีวี อุปกรณ์โยคะ ฯลฯ เบ็ดเสร็จ ได้รับเงินกลับมา 3.78 ล้านบาท
เจ้าหนี้รายหนึ่งจำนวน 1,475 ราย เป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ให้ข้อมูลไว้หมดเปลือกว่า เธอเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ซื้อสมาชิกแบบตลอดชีพ ด้วยแรงโฆษณาที่หนักหน่วง ผนวกกับการเป็นผู้ที่นิยมออกกำลังกายอยู่แล้ว จึงโดนใจสุดๆ ควักเงินเป็นสมาชิก Gold Plus เมื่อปี 2553 ตลอดชีพที่มีโปรโมชั่น จ่าย 1.3 หมื่นบาท เมื่อเข้าไปใช้บริการมักจะมีการจ่ายเงินทุกครั้งให้กับเทรนเนอร์ที่คอยมาแนะนำวิธีออกกำลังกายด้วยกลยุทธ์ขั้นเทพ เมื่ อแคลิฟอร์เนียฯ ปิดกิจการลง เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2556 เธอจึงเป็นสมาชิกอีก คนที่ร่วมลงชื่อฟ้องร้องเป็นคดีความ จากนั้นก็ได้รับจดหมายแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ และล่าสุดเป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ที่ได้รับจดหมายลงวันที่ 8 พ.ย. 2560 จากกองติดตามและเฉลี่ย ทรัพย์สินในคดีล้มละลาย กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม แจ้งว่า ได้รับเงินส่วนแบ่ง 1,958.63 บาท ในวันที่ 1 ธ.ค. 2560 นี้
บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ ตั้งเมื่อปี 2543 หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง จึงเป็นความห้าวหาญที่ท้าทายที่ขณะที่อีกหลายแห่งยังไม่ฟื้น ผู้บริหารรายนี้ประกาศทำธุรกิจเป็นสถานที่สันทนาการ คือ การออกกำลังกาย ทำงานเชิงการตลาดสไตล์ CEO Marketing นับว่าถูกใจ โดนใจผู้บริโภค ด้วยเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรง เป็นทั้งความจำเป็นและเป็นแฟชั่นที่ขายดี มีสมาชิกราว 1.6 แสนราย ด้วยโปรโมชั่นหลากหลายแบบ รับเงินค่าสมาชิกล่วงหน้า เล่นกันได้ตลอดชีวิต ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ กรุงเทพฯ 8 แห่ง พัทยา 1 แห่ง และเชียงใหม่ 1 แห่ง มีดาราศิลปินเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ หนุ่มหล่อกล้ามใหญ่ สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ กันหลายคน เมื่อเกิดอาการฟองสบู่แตกในแคลิฟอร์เนียฯ สภาพคล่องไม่เหลือ มีข่าวพัวพันคดี มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ ปปง. สคบ. กระทรวงยุติธรรม ตลท. ก.ล.ต. จนปิดกิจการเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2556
มีผู้บริหาร คนดัง เป็นข่าวไม่เว้นวันในสื่อต่างๆ คือ เอริค มาร์ค เอลอลีน ชาวอเมริกัน ซึ่งวันนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่เป็นคดีความ เขาหายหน้าไปจากวงสังคมไฮโซ และผู้ก่อตั้ง เจ้าของ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในตระกูลดังที่ไม่ต้องเอ่ยชื่อให้เป็นคดีความตามมาฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง
บทเรียนของนักลงทุน : เจ็บต้องจำ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์ พีเรียนซ์ - CAWOW จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ วันที่ 8 พ.ย. 2548 Par 1 บาท ขาย IPO 6 บาท/หุ้น ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2560 นับเป็นอีกบทเรียนครั้งสำคัญของผู้ลงทุนในการเลือกลงทุนกับกิจการกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านจริยธรรมของผู้บริหาร อันตีความรวมเป็นกิจการที่มี "ธรรมาภิบาล" ที่ทุกหน่วยงานล้วนให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกันขจัดให้สิ้นซาก อาจยากที่จะประมาณการว่ามีผู้ขาดทุน สูญเสียเงินลงทุนกับการซื้อหุ้น CAWOW จำนวนสักกี่ราย เป็นเงินกี่บาท เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมต้องตั้งตัดหนี้สูญกี่บาท แต่เป็นบทเรียนให้นักลงทุนได้เรียนรู้จดจำ เจ็บปวด เพราะเราพบว่ามีบางบริษัทที่อาจเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมที่เห็นๆ กันอยู่อีกหลายแห่ง ตามกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย คือ "เจ้าหนี้" แต่ "ผู้ถือหุ้น" มีเพียงสิทธิในยามที่กิจการนั้นๆ ยังคงเปิดดำเนินการ เมื่อปิดกิจการ "หุ้น" ที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่นั้นเป็นเพียงเศษกระดาษ หรือจะไปทำเป็นวอลเปเปอร์ก็คงไม่ได้แล้ว เพราะเราหันไปใช้ระบบ "ไร้ใบหุ้น" ดังนั้นเงินลงทุนจึงป็น "ศูนย์" หมายถึงสูญเปล่า ไร้ค่า
ในอารมณ์ที่คึกคัก ว้าว...ว้าว...กันทุกคน ตัวอย่างจากแคลิฟอร์เนีย ผู้ถือหุ้นคงเลิก ว้าว...ไปนานแล้ว ...การลงทุนเป็นความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณของตัวเองเป็นสำคัญ ...







