
ช่วยคนไทยในกัมพูชา (1)
เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2537 ญาติของแรงงานไทย 9 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวในราชอาณาจักรกัมพูชา ได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ผมได้รับเรื่องไว้ในฐานะนายกสภาทนายความเมื่อได้ศึกษาตรวจสอบข้อมูล ปรากฏว่าคนงานถูกควบคุมตัวมา 3-4 เดือนแล้ว ในข้อหาพยายามก่อรัฐประหาร คนงาน 9 คน เป็นระดับปลายแถว ประเภทใช้แรงงาน ส่วนหัวหน้าหลบหนีได้ทันการควบคุมตัวโดยยังไม่มีข้อหา เพียงแต่ต้องการแลกกับหัวหน้าคนงานที่หลบหนีกลับไทยมาแล้ว เพื่อสอบข้อมูลสาวไปยังผู้เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารขณะนั้นกัมพูชาปกครองโดย 2 พรรคการเมือง จึงมีนายกรัฐมนตรี 2 คน ทุกกระทรวงมีรัฐมนตรี 2 คน มีความสับสนไม่แน่นอนสูงมากคณะผู้บริหารสภาทนายความ ประกอบด้วย นายกสภาทนายความ และอุปนายก ฝ่ายวิชาการ อุปนายก ฝ่ายต่างประเทศ ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย ได้อธิบายให้ทราบว่า สภาทนายความมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่เดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม และยากจน โดยไม่เกี่ยวกับการเมือง สภาทนายความจะจัดคณะเดินทางไปช่วยเหลือคนงาน 9 คน ในกัมพูชาท่านทูต ได้แจ้งว่า จะขอสอบถามไปยังรัฐบาลก่อน และจะแจ้งให้ทราบภายหลัง ต่อมาอีก 2-3 วัน ได้รับแจ้งว่า รัฐบาลอนุญาต
เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2537 ญาติของแรงงานไทย 9 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวในราชอาณาจักรกัมพูชา ได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ผมได้รับเรื่องไว้ในฐานะนายกสภาทนายความ
เมื่อได้ศึกษาตรวจสอบข้อมูล ปรากฏว่าคนงานถูกควบคุมตัวมา 3-4 เดือนแล้ว ในข้อหาพยายามก่อรัฐประหาร คนงาน 9 คน เป็นระดับปลายแถว ประเภทใช้แรงงาน ส่วนหัวหน้าหลบหนีได้ทัน
การควบคุมตัวโดยยังไม่มีข้อหา เพียงแต่ต้องการแลกกับหัวหน้าคนงานที่หลบหนีกลับไทยมาแล้ว เพื่อสอบข้อมูลสาวไปยังผู้เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร
ขณะนั้นกัมพูชาปกครองโดย 2 พรรคการเมือง จึงมีนายกรัฐมนตรี 2 คน ทุกกระทรวงมีรัฐมนตรี 2 คน มีความสับสนไม่แน่นอนสูงมาก
คณะผู้บริหารสภาทนายความ ประกอบด้วย นายกสภาทนายความ และอุปนายก ฝ่ายวิชาการ อุปนายก ฝ่ายต่างประเทศ ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย ได้อธิบายให้ทราบว่า สภาทนายความมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่เดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม และยากจน โดยไม่เกี่ยวกับการเมือง สภาทนายความจะจัดคณะเดินทางไปช่วยเหลือคนงาน 9 คน ในกัมพูชา
ท่านทูต ได้แจ้งว่า จะขอสอบถามไปยังรัฐบาลก่อน และจะแจ้งให้ทราบภายหลัง ต่อมาอีก 2-3 วัน ได้รับแจ้งว่า รัฐบาลอนุญาตให้คณะสภาทนายความเดินทางไปกัมพูชาได้
ผมจึงทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งให้ทราบว่า คณะสภาทนายความจะเดินทางไปช่วยเหลือคนงานไทย 9 คน ในกัมพูชาที่กรุงพนมเปญ ขอให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกเท่าที่จะทำได้
คณะที่เดินทาง ประกอบด้วย นายกสภาทนายความ ทองใบ ทองเปาด์ ทนายรางวัลแม็กไซไซ เดชอุดม ไกรฤทธิ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมชาย หอมละออ เป็นต้น เมื่อเดินทางไปถึงกรุงพนมเปญ มีท่านเอกอัครราชทูต ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ ได้รับคณะที่สนามบินและอำนวยความสะดวก ช่วยประสานงานในการติดต่อประสานให้คณะเป็นอย่างดี รวมทั้งจัดงานเลี้ยงรับรองที่สถานทูตด้วย
คณะของเราได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลเรือนจำ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งดูแลศาล คณะของเราได้รับการชี้แจงว่าจะรีบดำเนินการให้ลุล่วงด้วยดีโดยเร็ว
คณะจากไทยได้พบกับกรรมการสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งช่วยเหลืออบรมผู้สังเกตการเลือกตั้งและได้พบกับคณะองค์กรอิสระส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งเคยร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกับมูลนิธิองค์กรกลาง หรือพีเนทของไทย และกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ ในการอบรมดีเฟนเดอร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในคดีที่ถูกละเมิด ซึ่งล้วนแต่เป็นคนกันเอง







