
‘วิถีไทย’ มาร์เก็ตเพลส รวมแฮนด์เมดจักสานไทย
เรื่อง | วราภรณ์ เทียนเงิน"วิถีไทย" ไทย แฮนด์ดิคราฟท์ มาร์เก็ตเพลส ที่รวบรวมงานจักสานไทยมาไว้ในที่เดียว โดยได้นำเทคโนโลยีไปร่วมมูลค่าให้แก่งานจักสานไทยให้สวยงามมากขึ้น และมีดีไซน์โดดเด่น เพื่อขยายตลาดและเพิ่มการส่งออกสินค้าไปในทั่วโลก
เรื่อง | วราภรณ์ เทียนเงิน
"วิถีไทย" ไทย แฮนด์ดิคราฟท์ มาร์เก็ตเพลส ที่รวบรวมงานจักสานไทยมาไว้ในที่เดียว โดยได้นำเทคโนโลยีไปร่วมมูลค่าให้แก่งานจักสานไทยให้สวยงามมากขึ้น และมีดีไซน์โดดเด่น เพื่อขยายตลาดและเพิ่มการส่งออกสินค้าไปในทั่วโลก
"จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์" ผู้ก่อตั้ง บริษัท วีถีไทย กรุ๊ป [http://www.vtthai.xn--com%20-n4ttck4d9kmfd/]www.vtthai.com เปิดเผยว่า วิถีไทย เป็น ไทย แฮนด์ดิคราฟท์ มาร์เก็ตเพลส (Market Place) ที่รวบรวมสินค้างานจักสานจากทั่วประเทศไทย มานำเสนอผ่านเว็บไซต์ พร้อมกับการนำเสนอเรื่องราวของความเป็นมาการผลิตทำให้ผู้บริโภคได้รู้จักงานจักสานของไทยได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงร่วมส่งเสริมการตลาด เพื่อโปรโมทสินค้างานฝีมือ (แฮนด์เมด) ไทยไปแก่ลูกค้าต่างชาติในทั่วโลก ซึ่งในเว็บไซต์ได้จัดทำเป็นต่างประเทศ 3 ภาษา ทั้ง อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน
ขณะเดียวกัน ยังมีการร่วมมือกับดีไซเนอร์เพื่อไปร่วมพัฒนาการดีไซน์ ออกแบบให้แก่ผู้ผลิตงานจักสานเพื่อทำให้งานแฮนด์เมดของไทยมีความ โดดเด่น สวยงามยิ่งขึ้น พร้อมกับสามารถออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยในระยะแรกมีงานจักสานที่นำเสนอรวม 300-400 ราย จาก 50 ชุมชนนำร่องในประเทศไทย และมีแผนจะขยายเพิ่มชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การเริ่มต้นสร้างแพลตฟอร์ม มาร์เก็ตเพลส เพื่อรวบรวมจักสานจากทั่วประเทศไทยมานำเสนอรูปแบบใหม่ครั้งนี้ โดยได้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาข้อมูลและวางแผนด้านต่างๆ ประมาณ 1 ปี อีกทั้งได้มีการศึกษาข้อมูลตลาดในเชิงลึกถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า และนำข้อมูลการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์มาพิจารณาด้วย ก่อนที่จะเปิดตัวเว็บไซต์สู่ตลาด ซึ่งมีทีมงานในการร่วมก่อตั้งประมาณ 2-3 คน
"ก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจรองเท้าที่ทำจากความชอบและยังทำต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนการทำสตาร์ทอัพถือเป็นเรื่องใหม่ของตนเอง ส่วนการมาทำตรงนี้ วิถีไทย เพราะต้องการร่วมยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าไทย รวมถึงทีมอยู่ระหว่างมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเจาะตลาดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด" จิรโรจน์ กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อลูกค้าได้เข้ามาในวิถีไทย จะสามารถได้รับรู้ข้อมูลงานหัตถกรรมไทย และสามารถรู้ความเป็นมา รวมถึงสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้อย่างทันที พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมมือกับเครือข่าย บล็อกเกอร์ ร่วมทำโคโปรโมชั่นในต่างประเทศ เพื่อร่วมนำเสนอสินค้าแก่ลูกค้าในต่างชาติ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจะมีทั้งกลุ่มลูกค้าประเทศสหรัฐและลูกค้าญี่ปุ่น ที่เป็น กลุ่มชื่นชอบงานหัตถกรรมระดับสูง
อีกทั้งยังมีการนำเสนอสินค้าผ่านการจัดป๊อปอัพสโตร์ในศูนย์การค้า ทั้งในศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และเซ็นทรัล ชิดลม เพื่อการสร้างแบรนด์สู่กลุ่มลูกค้า ส่วนช่องทางสร้างรายได้ให้แก่บริษัทจะมาจากค่าบริหารจัดการ ค่าตลาดและค่าต่างๆ ประมาณ 20%
"วิถีไทย" ได้มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศ เพื่อผลักดันนักดีไซเนอร์มาร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้งานจักสาน ซึ่งในประเทศไทยมีดีไซเนอร์ที่มีศักยภาพจำนวนมาก หลังจากนั้น ในระยะต่อไป (เฟส) ที่ 2 จะสร้างระบบให้ดีไซเนอร์ สามารถมาเจอกับคนทำจักสานได้โดยตรง เพื่อร่วมมือพัฒนาดีไซน์ ซึ่งในประเทศไทยมีหมู่บ้านรวม 7 หมื่นหมู่บ้าน และมีประมาณ 70% ของหมู่บ้านที่ทำงานจักสานได้ แต่ปัญหาหลักของงานหัตถกรรมไทยอยู่ที่การตลาดและดีไซน์ ทำให้บริษัทต้องการ นำเทคโนโลยีและการดีไซน์ไปร่วมแก้ปัญหาให้แก่ชุมชนในประเทศไทยที่ทำจักสาน
"เห็นเพื่อนหลายคนทำสตาร์ทอัพ แต่เราอยากทำสตาร์ทอัพที่แตกต่าง พร้อมนำเสนอจุดแข็งของประเทศไทย เราเห็นประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ ทั้งใบตาล ใบลาน เห็นงานจักสานไทยจำนวนมาก ทำให้วิถีไทยเกิดขึ้นมาจากการที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้แก่งานจักสานไทย เพื่อร่วมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนทั่วประเทศ ผ่านการนำเทคโนโลยี ช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ ไปร่วมขยายตลาด เพื่อโปรโมท สินค้างานฝีมือไทยไปยังลูกค้าในทั่วโลก" จิรโรจน์ กล่าว
เอกลักษณ์ของงานฝีมือไทยในแต่ละจังหวัดมีระดับสูงมาก งานแต่จังหวัดมีฝีมือที่สวยงามและโดดเด่นแตกต่างกัน โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่งานหัตถกรรมไทย รวมถึงทำให้ชาวบ้านในแต่ละชุมชน มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น บางแห่งมีรายได้จากการทอเสื่อ 150 บาท/วัน เชื่อว่าในอนาคตมีโอกาสเพิ่มได้ถึง 310 บาท/วัน ซึ่งเมื่อชุมชนมีรายได้สูงขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจในชุมชนแข็งแกร่ง และเป็นผลดีต่อเนื่องต่อประเทศไทยในระยะยาว
ขณะเดียวกัน แนวโน้มตลาดโลก มีความต้องการสินค้าแฮนด์เมดในระดับสูง ซึ่งในประเทศทั้งสหรัฐ และอังกฤษ มีการทำมาร์เก็ตเพลสเพื่อรวบรวมงานแฮนด์เมดในประเทศ รวมถึงอี-คอมเมิร์ซระดับโลก มีการรวมกลุ่มสินค้าแฮนด์เมดแล้วเช่นกัน แต่ "วิถีไทย" ได้มุ่งการนำเสนอ หัตถกรรมไทย เอกลักษณ์งานฝีมือไทย ที่โดดเด่น สวยงาม เป็นงานที่มีเสน่ห์ของแต่ละชุมชน โดยแต่ละชุมชนก็จะมีเรื่องราวไม่เหมือนกัน เชื่อมั่นว่า งานจักสานไทย สามารถขยายตลาดได้อย่างทั่วโลก ส่วนในอนาคต สนใจจะขยายกลุ่มสินค้าไปยังผ้าทอไทย ที่มีความน่าสนใจและมีชุมชนในประเทศที่มีศักยภาพผลิตงานทอผ้าจำนวนมาก
บริษัทยังได้เข้าร่วมโครงการ สตาร์ทอัพ ทั้งโครงการของบริษัท เอไอเอส ในชื่อ "เอไอเอส เดอะ สตาร์ทอัพ" รวมถึงได้เข้าร่วมโครงการของหน่วยงานรัฐคือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในโครงการ สตาร์ทอัพ วอร์เชอร์ และโครงการสตาร์ทอัพของธนาคารออมสิน ที่เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ทำให้ทีมได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
"การได้เข้าร่วมโครงการของธนาคารออมสิน ได้พาไปดูงานหัตถกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้ข้อมูลพบว่า งานหัตถกรรมของญี่ปุ่นที่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกกลุ่ม ทุกวัย มาจากการที่มีการปรับออกแบบให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน สามารถขายสินค้าไปได้ทั่วโลก" จิรโรจน์" กล่าว
พร้อมกันนี้ จะมุ่งนำเทคโนโลยีไปช่วยเกิดการเปลี่ยนแปลงให้แก่งานหัตถกรรมไทยในประเทศมากที่สุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมกับทำให้ทุกคนที่คิดถึง งานหัตถกรรมที่เป็นไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ต้องคิดถึง www.vtthai.com
"ผมมองว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคือ การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ประเทศชาติได้ โดยสิ่งที่ทำเราคือ มีความสุข เราต้องการทำให้ชุมชน กลุ่มที่ทำงานฝีมือ นักออกแบบเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน" จิรโรจน์ กล่าวปิดท้าย n







