posttoday
อย่าลืมพัฒนาคน

อย่าลืมพัฒนาคน

21 พฤศจิกายน 2560

ในปี 2560 นี้ นับว่าประเทศไทยมีข่าวดีให้น่าชื่นใจหลายเรื่องสำหรับการจัดอันดับทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ไล่ตั้งแต่รายงานผลการวัดความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือ Doing Business 2017 ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ไทยขยับขึ้น 3 อันดับไปอยู่ที่ 46 จาก 190 ประเทศทั่วโลก

ในปี 2560 นี้ นับว่าประเทศไทยมีข่าวดีให้น่าชื่นใจหลายเรื่องสำหรับการจัดอันดับทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ไล่ตั้งแต่รายงานผลการวัดความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือ Doing Business 2017 ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ไทยขยับขึ้น 3 อันดับไปอยู่ที่ 46 จาก 190 ประเทศทั่วโลก

ขณะที่รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ปี 2017-2018 เราขยับขึ้น 2 อันดับ ไปอยู่ที่ 32 จาก 137 ประเทศทั่วโลก และในการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันปี 2017 โดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการจัดการ (IMD) เราขยับขึ้น 1 อันดับ ไปอยู่ที่ 27 จาก 61 ประเทศ

สภาพเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ประเทศผู้ส่งออกในเอเชียทั้งหลายได้อานิสงส์ตามไปด้วย ซึ่งจากการจัดอันดับต่างๆ ข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าด้านที่ดีที่สุดของไทยก็คือ เศรษฐกิจมหภาคในภาพรวม และการเร่งเดินหน้านโยบายต่างๆ ของรัฐ

อย่างไรก็ตาม เมื่อหันมาดูรายละเอียดที่เป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้กันในเรื่อง "คน" ซึ่งเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนหลักนั้น กลับให้ภาพที่สวนทางกันอย่างน่าเป็นห่วงและน่าเสียดาย

ในรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีความเป็นเลิศด้านบุคลากรประจำปี 2017 โดย IMD เมื่อไม่กี่วันมานี้ พบว่า ประเทศไทยร่วงลงถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่ 42 จากทั้งหมด 63 ประเทศทั่วโลก หรืออยู่ในอันดับที่ 8 จากทั้งหมด 11 ประเทศในเอเชีย

การจัดอันดับนี้วัดกันที่ 3 ปัจจัยหลัก คือ การลงทุนและการพัฒนา ความพร้อม และความน่าดึงดูด ซึ่งความน่ากังวลอยู่ที่สองเรื่องแรก โดยเฉพาะเมื่อลงในรายละเอียดจะเห็นได้ว่า "การศึกษา" คือส่วนที่มีปัญหามากที่สุดของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในไทย โดยได้อันดับเกิน 40 ขึ้นไปเกือบทุกแขนง ตั้งแต่ด้านปลีกย่อยอย่าง ทักษะภาษา การเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ การเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา การประเมินผล PISA ไปจนถึงภาพใหญ่อย่างงบการใช้จ่ายด้านการศึกษาต่อจีดีพี

ทั้งนี้ หากดูจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะเห็นได้ว่า งบของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ด้อยไปกว่ากระทรวงไหน และอยู่ในอันดับ 1 ที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุดมาหลายปีติดต่อกัน โดยล่าสุดในปี 2561 อยู่ที่ 5.1 แสนล้านบาท แต่หากเทียบในระดับโลก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มหัวแถวแล้วจะเห็นได้ว่า ยังไม่เพียงพอทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ

อีกด้านหนึ่งที่น่าห่วงของไทยก็คือ อัตราการขยายตัวของแรงงานในประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 57 จากทั้งหมด 63 ประเทศ สะท้อนให้เห็นการทยอยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ นอกจากบุญเก่าด้านโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมในระดับหนึ่ง และการทุ่มเม็ดเงินลงทุนของรัฐแล้ว ประเทศไทยเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นในอนาคตข้างหน้านี้ ในเมื่อตลาดผู้บริโภคกำลังเล็กลงจนยากจะดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ และความได้เปรียบเรื่องภูมิรัฐศาสตร์กำลังถูกประเทศเพื่อนบ้านทั้งในเวียดนามและเมียนมาตีตื้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนกับคนที่ไม่ใช่แค่แรงงาน แต่ในฐานะทรัพยากรมนุษย์ที่จะขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องฉาบฉวยที่ทำวันนี้แล้วเห็นผลโชว์ตัวเลขได้ทันทีในปีหน้า โดยเฉพาะหากพื้นฐานแย่ก็อาจต้องทุ่มเทกันต่อเนื่องหลายปีกว่าจะเห็นผล แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เพราะนี่คืออนาคตที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขจีดีพี

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว