posttoday
บจ.maiกำไรวูบ56%

บจ.maiกำไรวูบ56%

21 พฤศจิกายน 2560

บจ.mai ไตรมาส 3 กำไรหดเหลือ 594 ล้าน ลดลง 56.72% เหตุต้นทุนพุ่ง ด้าน BCP คาดค่าการกลั่นปีหน้า 6-7 ดอลลาร์/บาร์เรล

บจ.mai ไตรมาส 3 กำไรหดเหลือ 594 ล้าน ลดลง 56.72% เหตุต้นทุนพุ่ง ด้าน BCP คาดค่าการกลั่นปีหน้า 6-7 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 141 บริษัทจากทั้งหมด 145 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC) พบว่ามีกำไรสุทธิจำนวน 98 บริษัท คิดเป็น 69.50% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด กำไรสุทธิอยู่ที่ 594 ล้านบาท ลดลง 56.72% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวม 4.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.99% ด้านต้นทุนรวมอยู่ที่ 3.12 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.33% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.20% เป็น 22.65%

"ผลการดำเนินงานของ บจ.mai ไตรมาสนี้ยังพบการเติบโตของยอดขาย แต่มีต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงบาง บจ. มีบันทึกขาดทุนจากรายการพิเศษ ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง หากไม่นับรวมรายการพิเศษดังกล่าว พบว่ากำไรสุทธิยังเติบโตอยู่ที่ 8.16% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า 7 ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมมียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้น ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง" นายประพันธ์ กล่าว

ด้าน 5 บจ.ที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาสนี้ คือ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) บริษัท เอสจีเอฟ แคปปิตอล (SGF) บริษัท 2 เอส เมทัล (2S) และ บริษัทไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE)

ทั้งนี้ หากดูผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก บจ.mai มียอดขายรวม 1.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.12% ต้นทุนขายรวม 8.81 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.09% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่ 22.96% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 24.29% และกำไรสุทธิอยู่ที่รวม 2,920 ล้านบาท ลดลง 34.37%

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโครงสร้างเงินทุนรวมของ บจ.mai พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแรง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ในระดับ 1.03 เท่า ในขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ในระดับ 1.07 เท่า

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายยุทธศาสตร์และวางแผนจัดหาน้ำมัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) กล่าวว่า ปี 2561 กำลังการผลิตจะลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 85% เนื่องจากจะมีการปิดปรับปรุงโรงกลั่นในไตรมาส 2 ปีหน้าประมาณ 45 วัน จากปีนี้กำลังการผลิตน่าจะเฉลี่ยมากกว่า 90% ส่วน รายได้ปีหน้าจะปรับตัวลดลงจากปีนี้ หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ และปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจปีหน้าอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยได้ภายในต้นปีหน้า

สำหรับค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ไม่รวมสต๊อกน้ำมัน (GRM) คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงปีนี้ที่ 6-7 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพราะมองว่าระดับราคาน้ำมันในปีหน้ายังอยู่สูง ตามความต้องการใช้น้ำมันโดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก อีกทั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันหลัก (โอเปก) ยังมีการผลิตที่ 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน และกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกยังสามารถควบคุมการลดกำลังการผลิตระหว่างโอเปกและนอกโอเปก ขณะที่ไม่มีผู้ผลิตรายใหม่ (ซัพพลาย) เพิ่ม และเชลล์แก๊สของสหรัฐก็ยังผลิตในระดับเดิม

ขณะที่ปีนี้คาดว่ากำลังการผลิตจะได้ตามเป้าที่ 1.11 แสนบาร์เรล/วัน โดยปัจจุบันทำได้แล้ว 1.10 แสนบาร์เรล/วัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ