posttoday
ส่งออกปี’61 โตไม่ร้อนแรง

ส่งออกปี’61 โตไม่ร้อนแรง

21 พฤศจิกายน 2560

อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุลการส่งออกปี 2560 ที่ติดลมบนตามภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวกลายเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ ทำให้หลายหน่วยงานออกมาปรับตัวเลขการส่งออกปีนี้ว่าจะขยายตัวสูงถึงระดับ 8% ขึ้นไป มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

การส่งออกปี 2560 ที่ติดลมบนตามภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวกลายเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ ทำให้หลายหน่วยงานออกมาปรับตัวเลขการส่งออกปีนี้ว่าจะขยายตัวสูงถึงระดับ 8% ขึ้นไป มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าการส่งออกมีโอกาสเติบโตสูงถึง 9-10% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2554 ที่การส่งออกขยายตัว 15.15% ส่วนมูลค่าจะสูงถึง 2.36 แสนล้านดอลลาร์ ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการ ส่งออกไทยมาหรือไม่ต้องลุ้นกันต่อไป

ตัวเลขการส่งออกในปี 2560 แม้จะขยายตัวทุบสถิติในรอบหลายปี แต่สำหรับตัวเลขการส่งออกในปี 2561 มีการคาดการณ์ว่าจะไม่ร้อนแรงเท่า ปี 2560

"การส่งออกในปี 2561 ได้ประมาณการส่งออกเบื้องต้นว่าจะขยายตัวสูงกว่า 5% ซึ่งคิดว่าจะเติบโตได้ราวๆ 6% ถ้าค่าเงินบาทและราคาน้ำมันดิบตลาดโลกไม่ผันผวนมาก" พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุ

ความเห็นดังกล่าวสะท้อนว่าการส่งออกในปีหน้ายังต้องเผชิญกับปัจจัยรอบด้าน แม้ว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะยังคงขยายตัวได้ในระดับ 3.6% หรือขยายตัวเท่ากับปี 2560 ที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกเติบโต 3.6% แต่ปัจจัยเสี่ยงในเรื่องค่าเงินบาทคาดว่าจะสร้างผลกระทบให้กับภาพรวมการส่งออกปี 2561 ล่าสุดค่าเงินบาทได้แตะขึ้นมาระดับ 32.70 บาท/ดอลลาร์ และจะมีผลกระทบต่อการรับคำสั่งซื้อสินค้าในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่าง ใกล้ชิด คือการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศยักษ์ใหญ่ ที่จะกระทบต่อการส่งออกไทยใน ปีหน้า โดยเฉพาะการออกมาปกป้องอุตสาหกรรมภายในของสหรัฐ ตามนโยบาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเห็นได้ในช่วงตลอดปีนี้ที่สหรัฐเริ่มมีการใช้มาตรการทางการค้ากับสินค้าที่ผู้ผลิตของ สหรัฐเสียเปรียบหลายรายการ จน เป็นสาเหตุทำให้สหรัฐต้องขาดดุลการค้ากับหลายชาติอย่างหนัก ไล่ตั้งแต่สินค้าโซลาร์เซลล์ ซึ่งสหรัฐ จะมีการตัดสินในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2561 ว่าจะมีการใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) กับทุกประเทศหรือไม่ หากมีการใช้สินค้าโซลาร์เซลล์จาก ไทยและทุกประเทศจะถูกเก็บภาษี นำเข้าในอัตราที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ สหรัฐได้เริ่มการพิจารณาโครงการต่อสิทธิพิเศษทาง ภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่สหรัฐให้กับประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงไทย โดยโครงการจีเอสพีของสหรัฐเดิมจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 นี้ หากไม่มีการต่ออายุโครงการ จีเอสพีจะทำให้สินค้า 3,400 รายการของไทยที่ได้รับสิทธิจีเอสพีจะต้องส่งออกภายใต้ภาษีปกติที่สหรัฐกำหนด

มาตรการทางการค้ากับประเทศคู่ค้ายักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการ ส่งออกไทยในปีหน้ายังต้องเผชิญกับผลกระทบของการออกจากสหภาพยุโรปของเครือสหราชอาณาจักร (เบร็กซิต) ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปยังภาวะการค้าโลกอีกครั้ง

ในด้านระดับราคาน้ำมันดิบ มีการคาดการณ์ว่าระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในปีหน้าจะอยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งยังมีความ ผันผวนในเรื่องของแรงกดดันการใช้หินน้ำมัน (เชลออยล์) ทำให้ระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความผันผวน และอาจลดต่ำลงจนส่งผลกระทบ ต่อกำลังซื้อของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปีนี้ได้เช่นกัน

ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าจะยังคง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกในปีหน้า ที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกแม้จะขยายตัวเป็นบวก แต่จะเป็นการเติบโตใน อัตราช้าลง

สอดคล้องกับการประเมินตัวเลขส่งออกปี 2561 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดการณ์ ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 จะเติบโต 5% ซึ่งเป็นการขยายตัวลดลงจากปี 2560 ที่คาดว่าการส่งออกจะเติบโต 8.6% ซึ่งปริมาณส่งออกสินค้าจะเพิ่มขึ้น 4% ตามแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลก ส่วนราคาส่งออกในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1% ชะลอตัวจากปี 2560 ที่ราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 3% ตามการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลงของราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกชะลอตัว และเป็นปัจจัยที่ทำให้มูลค่าการส่งออกในภาพรวมขยายตัวช้าลง

ทั้งนี้ การคาดการณ์ของ สศช.มาจากสมมติฐาน คือ เศรษฐกิจโลกปี 2561 ขยายตัว 3.6% เท่ากับปี 2560 ที่ขยายตัว 3.6% ปริมาณการค้าโลกปี 2561 ขยายตัว 4% ลดจากปี 2560 ที่ขยายตัว 4.2% อัตราแลกเปลี่ยน ปี 2561 คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 34-35 บาท/ดอลลาร์ จากปี 2560 ที่คาดว่าเงินบาทอยู่ในกรอบ 34 บาท/ดอลลาร์ ระดับราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบปี 2561 อยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์/บาร์เรล จากปี 2560 คาดว่าอยู่ระดับ 52.5 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่มุมมองของภาคเอกชนต่อตัวเลขการส่งออกปี 2561 กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภา ผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) มีความเป็นห่วงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อการส่งออกในปีหน้า โดยล่าสุดค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา 32.70 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินของอินโดนีเซียและค่าเงินของฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงมา ซึ่งทั้งสองประเทศมีสินค้าที่ส่งออกแข่งขันกับไทยอยู่ โดยคาดว่าเรื่องค่าเงินบาทจะกระทบต่อยอดคำสั่งซื้อสินค้าในไตรมาสแรก ปี 2561

"สรท.ยังไม่ได้มีการประเมินตัวเลขส่งออกปีหน้าอย่างเป็นทางการ แต่เท่า ที่คาดการณ์หากดูตัวเลขเศรษฐกิจโลก ที่มีการประเมินจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) พบว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้ายังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกไทย แต่ก็ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของค่าเงินบาทที่เข้ามากระทบ และทำให้ตัวเลขการส่งออกไทยในปีหน้าอาจจะไม่ขยายตัวดีเท่าปีนี้" กัณญภัค ระบุ

ด้าน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเช่นเดียวกันว่า เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการส่งออกไทย เพราะถ้าหากเศรษฐกิจโลกซึมการส่งออกก็จะซึมตามไปด้วย ซึ่งแนวโน้มปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวในระดับที่ดีอยู่ แต่ด้วยฐานการส่งออก ที่ใหญ่ทำให้ตัวเลขอาจไม่ได้ร้อนแรงเท่ากับปีนี้ อีกทั้งไทยกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกไปสู่เทคโนโลยีที่เพิ่มมูลค่าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อาจต้องใช้ระยะเวลามากถึง 3 ปี ในการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าเชิงมูลค่าเพิ่มในกลุ่มนี้

จากภาพทั้งหมดการส่งออก ในปี 2561 ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีหน้า เพราะด้วยสัดส่วนการส่งออกต่อจีดีพีที่สูงถึง 60-70% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แต่การขยายตัวจะไม่หวือหวาเท่าปี 2560 และยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยงจากมาตรการการค้าโลกและอัตราแลกเปลี่ยนตามการไหลของค่าเงินต่างชาติที่ไทยไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกเหล่านี้ได้ n

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ