
บุหรี่นอกป่วนตลาด ดัมพ์ราคาสู้ของไทย
ขึ้นภาษีบุหรี่พ่นพิษ เจอบุหรี่นอกดัมพ์ราคา ทำกองทุนรับเงินภาษีบาปเงินหด
ขึ้นภาษีบุหรี่พ่นพิษ เจอบุหรี่นอกดัมพ์ราคา ทำกองทุนรับเงินภาษีบาปเงินหด
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประเมินผลกระทบการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า การขึ้นภาษีไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้รัฐ เนื่องจากผู้ประกอบการนำเข้าบุหรี่แห่ดัมพ์ราคาลงตีตลาดล่างสู้กับบุหรี่ไทย ที่คิดว่าราคาจะปรับขึ้นกลับกลายเป็นลดลงทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นด้วย
“ตัวอย่างเช่น บุหรี่ยี่ห้อวันเดอร์จากซองละ 63 บาท มาเป็น 60 บาท แอล แอนด์ เอ็ม ปรับราคาลดลงจาก 72 บาท เป็น 60 บาท บุหรี่วินสตันลดราคาจาก 70 บาท เหลือ 60 บาท และคาเมล ปรับลดลงจาก 98 บาท เหลือซองละ 60 บาท” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ อัตราภาษีใหม่ได้ปรับเปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงาน สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟ สำหรับสินค้านำเข้ามาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ และยังเป็นการจัดเก็บแบบผสมคือ เก็บภาษีตามมูลค่าและปริมาณรวมกัน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอาจจะต้องทบทวนเรื่องนี้และขอให้บริษัทบุหรี่ต่างชาติมาชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง หากเกิดปัญหาก็จะต้องแก้ไข
“โรงงานยาสูบซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ จะได้รับผลกระทบมากที่บุหรี่ต่างชาติมาตีตลาดล่าง อาจจะขาดทุนและไม่มีเงินรายได้นำส่งรัฐ ซึ่งผลกระทบจะมีต่อเนื่องไปถึงกองทุนต่างๆ ที่ต้องการรายได้จากภาษีบาปไปอุดหนุน โดยประมาณการรายได้ของโรงงานยาสูบ พบว่า ในปี 2561 จะขาดทุนถึง 1,500 ล้านบาท จากที่เคยกำไรสุทธิ 9,000 ล้านบาท ในปี 2560” แหล่งข่าวเปิดเผย







