posttoday
เรือจ้างตลอดชีวิต

เรือจ้างตลอดชีวิต

19 พฤศจิกายน 2560

ไม่นานนัก ผมมีโอกาสยืนพูดคุยกับอาจารย์ระดับชั้น ม.ปลายของโรงเรียนแห่งหนึ่ง

โดย กันติพิชญ์ ใจบุญ

ไม่นานนัก ผมมีโอกาสยืนพูดคุยกับอาจารย์ระดับชั้น ม.ปลายของโรงเรียนแห่งหนึ่ง วันนั้นอาจารย์ผู้นี้เข้ามารับรางวัลอันทรงเกียรติระดับประเทศเพื่อเชิดชูในฐานะครูที่ทำงานดีเด่น และที่สำคัญ เขาเพิ่งจะผ่านพ้นคืนวันของคำว่าเกษียณอายุราชการมาได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 สัปดาห์

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องงานที่ผมเข้ามาสัมภาษณ์อาจารย์ผู้นี้เกี่ยวกับรางวัลที่ได้รับ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นการพูดคุยระหว่างกัน เพื่อแสวงหาความคิดความเห็นจากอาจารย์ผู้นี้เกี่ยวกับแวดวงการศึกษาของบ้านเรา

ผมถาม อาจารย์ตอบ อาจารย์ถามบ้าง ผมก็ตอบคืนไปบ้าง กลายเป็นบทสนทนาที่มีสาระกับผมในรอบหลายเดือน

แต่คำถามหนึ่งก่อนจะร่ำลาจากกันไป กลายเป็นคำถามที่หยุดชะงักเรือพ่วงในวัย 60 ปี ราว 5-10 วินาที

“อาจารย์ยังคงห่วงเด็กนักเรียนอยู่บ้างหรือเปล่าครับ หรือว่าหมดภาระหน้าที่กันแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนแล้วคิดถึงตัวเองเสียที”

ก่อนจะมีคำตอบจากอาจารย์ชายผู้นี้ กลับมีน้ำเอ่อล้นอยู่ภายในเบ้าตา มันสะท้อนให้ผมเห็นว่า การอดกลั้นไว้ไม่ให้มันไหลออกมาต่อหน้าชายเพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก ดูจะเป็นเรื่องที่เขาน่าจะต้องใช้ความพยายามไม่น้อย

และหลังจากคำตอบ กลายเป็นผมที่ต้องชะงัก และสะกดกั้นน้ำตาของตัวเองแทน

อาจารย์เล่าว่า ยังคงมีเด็กนักเรียนอีก 2 คนที่ยังคง “ห่วง” อยู่ เพราะที่ผ่านมาแม้เด็กทั้งสองคนจะมีความขยัน แต่ขาดเรียนบ่อย เพราะต้องช่วยเหลืองานที่บ้าน ช่วยเหลือผู้ปกครองในการดำรงชีพ การเรียนสำหรับพวกเขาจึงเป็นเรื่องรอง และไม่ได้สำคัญไปกว่าปากท้องที่จะต้องถูกเติมเต็มในแต่ละวัน

“สุดที่ผมจะช่วยเหลือได้ เพราะผมหมดหน้าที่ไปแล้ว ยังคงเหลือไว้แต่ความห่วงใยและจะติดตามความคืบหน้าของเด็กสองคนนี้ว่าพวกเขาจะมีอนาคตอย่างไร จะเดินไปทางไหนต่อหลังจากเรียนจบ ม.ปลาย หรือร้ายที่สุดผมกลัวว่าเขาจะเรียนไม่จบ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เด็กเกเร และดูมีอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น”

อาจารย์หนุ่มร่ายถึงความเห็นในใจ และเป็นสิ่งที่ปั่นป่วนเขามาตลอดเวลาเกือบ 1 ปี เพราะหนทางการนำพาลูกศิษย์ให้ผ่านพ้นวัยเรียนของวัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพมันไม่ใช่ของง่าย และมันอาจไม่พาไปสู่ฝั่งฝันได้สำเร็จทุกคน

ทุกคำตอบจากคำถามที่ผมเอ่ยและได้รับฟัง น้ำตาของอาจารย์ผู้นี้ก็คลออยู่ตลอดเวลา ยิ่งความรู้สึกขณะพูดถึงศิษย์ทั้งสองคน มันสัมผัสได้ถึงความจริงใจของคนเป็นอาจารย์ที่มีต่อศิษย์อย่างแท้จริง

นั่นทำให้ต้องกลั้นน้ำตาไว้ด้วยเช่นกัน ไม่ต่างจากอาจารย์

หากนำสายตาและความคิดที่สังคมนำพามาอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ดูจะเหมือนห่างไกลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสังคมเมือง เมื่อต่างฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่ ผู้หนึ่งคือสอนแลกเงินเดือน สอนให้พ้นแต่ละวันพ้นแต่ละช่วงเวลาตามตาราง ผู้หนึ่งคือมาเรียนและสำเร็จจบการศึกษานำการการันตีไปสมัครงาน

จึงอาจทำให้เกิดการละเลยความเป็นห่วงเป็นใยระหว่างกันเหมือนที่เคยมีมา สังคมที่เร่งรีบ แข่งขัน แรงผลักดันให้เหนือกว่าคนอื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนคืบคลานเข้ามาในจิตใจ จนลืมความเป็นมนุษย์อันดีที่ควรจะสร้างมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน

ดังนั้น ภาพจำที่เคยผ่านมา เมื่อได้เห็นและสัมผัสถึงความจริงใจของอาจารย์วัยเกษียณผู้นี้ที่มีต่อศิษย์ของเขา แม้ส่วนหนึ่งจะรู้สึกสะเทือนไปตามความรู้สึกของอาจารย์ แต่อีกส่วนใหญ่ก็ทำให้เห็นความหวังว่า ภาพของความห่างไกลของความสัมพันธ์ของผู้ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชากับนักเรียน มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือเป็นแง่ลบเช่นทั้งหมด

สิ่งที่เบาใจได้สำหรับอาจารย์ผู้นี้ คือเพื่อนครูรับปากจะดูแลเด็กทั้งสองที่เป็นลูกศิษย์ และจะช่วยผลักดันให้อย่างน้อยที่สุดได้เรียนจนจบสำเร็จการศึกษา นั่นทำให้เขาเบาใจไปไม่น้อย

แต่เหนืออื่นใดคนที่เป็นอาจารย์ก็ยังคงเป็นอาจารย์ไปตลอดชีวิต และหน้าที่ต่อไปคือจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีทั้งกับการเรียนและการใช้ชีวิตให้กับลูกศิษย์ดั่งเคย จนกว่าที่อาจารย์ผู้นี้จะไม่มีเรี่ยวแรงได้ทำสิ่งที่ต้องการต่อ

“น้อยก็หนึ่งครับ ผมอยากให้ลูกศิษย์ได้ดีกับชีวิต”

คำพูดทิ้งท้าย ก่อนผมยกมือไหว้ร่ำลา

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย