posttoday
เปิดแผนซุปเปอร์บล๊อกรุกจีน-เวียดนามเพื่อโต

เปิดแผนซุปเปอร์บล๊อกรุกจีน-เวียดนามเพื่อโต

15 พฤศจิกายน 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์พลังงานจำเป็นต่อชีวิตของมนุษย์ ยิ่งนานวันเข้าพลังงานแหล่งเดิมยิ่งหายากขึ้น ทำให้พลังงานทดแทนเป็นทางออกของทั่วโลก ซึ่งบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นโอกาสนี้ จากเดิมที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบามาตั้งแต่ปี 2537 แต่จำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ทำธุรกิจผลิตอิฐมวลเบาออกไปวันที่ 28 ก.พ. 2556 แล้วเปลี่ยนมาทำโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

พลังงานจำเป็นต่อชีวิตของมนุษย์ ยิ่งนานวันเข้าพลังงานแหล่งเดิมยิ่งหายากขึ้น ทำให้พลังงานทดแทนเป็นทางออกของทั่วโลก ซึ่งบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เห็นโอกาสนี้ จากเดิมที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอิฐมวลเบามาตั้งแต่ปี 2537 แต่จำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ทำธุรกิจผลิตอิฐมวลเบาออกไปวันที่ 28 ก.พ. 2556 แล้วเปลี่ยนมาทำโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

จอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า กล่าวว่า จะเร่งขยายธุรกิจพลังงานทดแทนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) โรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) และโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล (พลังงานจากขยะ)

บริษัทจะขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเพื่อเพิ่มแหล่งที่มารายได้และกำไร ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้แข็งแกร่ง เป็นผู้นำพลังงานทดแทนในภูมิภาคเอเชีย 2-3 ปีข้างหน้าตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งในต่างประเทศจะทำผ่านบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป (ฮ่องกง) ที่ถือหุ้น 100% โดยบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป บริษัทย่อยของ SUPER

สำหรับโครงการต่างประเทศปัจจุบันมีในจีนและเวียดนาม โดยในจีนโครงการแรกเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมืองเทียนจิน กำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 792.5 ล้านบาท ปีหน้าจะเป็นปีแรกที่สร้างรายได้เต็มปี คาดว่าจะสร้างรายได้เฉลี่ย 150 ล้านบาทต่อปี ส่วนเดือน ก.พ.-มี.ค. นี้จะขยายกำลังการผลิตโครงการนี้อีก 10 เมกะวัตต์ ลงทุน 380 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ได้กลางปี 2561

อย่างไรก็ตาม ในจีนยังมีพื้นที่อื่นเสนอให้ทำโรงไฟฟ้าทดแทนอีก 200-300 เมกะวัตต์ แต่บริษัทรอความชัดเจนของรัฐบาลจีนก่อน หลังมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปว่ารัฐจะสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน เมื่อประเด็นนี้ชัดขึ้น และคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ไออาร์อาร์) ได้ 12-13% ขึ้นไปก็พร้อมเดินหน้า

"จีนให้ความสำคัญมากกับพลังงานทดแทน เพราะมีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน ปัจจุบันใช้พลังงานทดแทน 1% ของพลังงานทั้งหมดก็เป็นสัดส่วนผู้ใช้พลังงานทดแทนใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว"

จอมทรัพย์ กล่าวว่า ระหว่างนโยบายรัฐบาลจีนยังไม่ชัด ได้ปรับกลยุทธ์ขยายไปลงทุนในเวียดนาม ก่อนหน้านี้ได้ลงนาม ตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอเอ) พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิตรวม 700 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม มูลค่าลงทุน 5 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเป็น 6 เฟส การลงทุนในเวียดนามบริษัทตั้งบริษัทย่อยมาถือหุ้น 51% ผู้ร่วมทุนในเวียดนามถือ 49%

สำหรับเฟสแรก 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,800 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าโครงการได้ในเดือน ก.พ. 2561 เริ่มซีโอดีและรับรู้รายได้ไตรมาสแรกปี 2562 หากรับรู้รายได้เต็มปีโครงการนี้จะสร้างรายได้ 1,033 ล้านบาท/ปี

ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามที่กำลังจะออกมา คาดว่าจะมีมากกว่า 3,000-4,000 เมกะวัตต์ บริษัทหวังร่วมประมูลได้ 25% ของโควตาทั้งหมด

"เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ปัจจุบันผลิตไฟฟ้าสูงสุด 4 หมื่นเมกะวัตต์/วัน มีประชากร 100 ล้านคน มีการลงทุนโดยตรงสูง บริษัทต่างๆ ย้ายฐานผลิตไปเวียดนามเพราะค่าแรงถูกและเป็นประเทศที่มีประชากรวัยทำงานอายุ 25-45 ปีสูง จึงคาดว่า 5 ปีการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 6 หมื่นเมกะวัตต์/วัน"

สำหรับโครงการในประเทศที่กำลังทำอยู่ คือโรงไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ เฟสแรก 66 เมกะวัตต์ และเฟสที่ 2 อีก 29 เมกะวัตต์ และมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล 3 โครงการ ได้แก่ จ.สระแก้ว เพชรบุรี และพิจิตร โดยโครงการแรกคือที่สระแก้ว คาดว่าจะเริ่มซีโอดีได้ปลายปีนี้ และเริ่มรับรู้รายได้ปีหน้า ส่วนเมื่อ 3 โครงการซีโอดีได้ครบจะสร้างรายได้รวม 1,500 ล้านบาท

นอกจากนั้นกำลังเจรจาทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จ่ายไฟตรงให้บริษัทเอกชนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) 40 เมกะวัตต์ จะสรุปได้ปลายปีนี้เป็นสัญญา 20 ปี คาดว่าจะเริ่มซีโอดีกลางปี 2562 จะสร้างรายได้ 320 ล้านบาท

หากรวมแล้วปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่จ่ายไฟแล้ว 780 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปีนี้น่าจะเพิ่มเป็น 800-900 เมกะวัตต์ โดยรายได้ทั้งหมดของบริษัทยังมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานชีวมวลสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งโครงการทั้งหมดจะทำให้บริษัทมีรายได้เติบโตอย่างน้อย 25% ต่อปีใน 2 ปีข้างหน้า

หากซุปเปอร์บล๊อกเดินเครื่องทุกอย่างได้ดั่งภาพที่ฉายไว้ ก็มีโอกาสไปถึงตำแหน่งผู้นำพลังงานทดแทนในภูมิภาคเอเชียได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ